ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

 


สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู (BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค (Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ 


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ในระดับภูมิภาค ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานเครือข่ายในหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ที่พร้อมจะช่วยกันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพในพื้นที่ภูมิภาคให้พร้อมเติบโตและสามารถสร้างนวัตกรรมที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างยั่งยืน”


ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “จากความสำคัญของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจภูมิภาค ประกอบกับผู้ประกอบการไทยในส่วนภูมิภาคมีการเติบโตและการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและการพัฒนาระบบนวัตกรรมในระดับท้องถิ่นและส่วนภูมิภาคเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เกิดการการพัฒนาต่อยอดสู่ “ธุรกิจนวัตกรรม” ดังนั้น การยกระดับนวัตกรรมสู่ภูมิภาคจึงเป็นกรอบการทำงานใหม่ที่ NIA ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นสู่การสร้างสรรค์แพลตฟอร์มใหม่ ในชื่อ “นิลมังกร” อันสะท้อนให้เห็นถึง ผู้ประกอบการไทยที่มีความแข็งแกร่ง อดทน ปราดเปรียว มีพลังความสามารถ เสมือน “ม้านิลมังกร” ในวรรณคดีไทย ซึ่งเป็นม้าวิเศษ สุดยอดแห่งม้าในจินตนาการของคนไทย โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนาผู้ประกอบการไทยทั้งเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในภูมิภาคสู่การเป็นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (Innovation Based Enterprise : IBE)”

แพลตฟอร์ม “นิลมังกร” มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างให้เกิดผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่มุ่งเน้นการพัฒนาต่อยอดธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม โดยประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ 9 กลไก ได้แก่ 1) CREATE the DOT (ค้นหา DNA/ บ่มเพาะ/ พัฒนาศักยภาพ) 2) CONNECT the DOT (สร้างโอกาสในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรม/ พัฒนาคลัสเตอร์เป้าหมาย/ สร้างเครือข่าย) และ 3) VALUE CREATION (ส่งเสริมและพัฒนา/ สร้างพื้นที่ให้มีโอกาสได้ขยายผล/ ส่งเสริมการแข่งขันและสร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง)” ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติม


ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA กล่าวว่า “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมระดับภูมิภาค 2563 เป็นกิจกรรมหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างมูลค่าและคุณค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการนวัตกรรมที่ริ่เริ่มขึ้น เพื่อเฟ้นหาผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในภูมิภาคที่มีการนำอัตลักษณ์ของพื้นที่มาสร้างสรรค์ร่วมกับการใช้นวัตกรรมในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและมีการจำหน่ายหรือใช้ประโยชน์สินค้าหรือบริการนวัตกรรมแล้วในระดับภูมิภาค แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักหรือยังไม่สามารถขยายผลทางธุรกิจได้ มาผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรม การบริหารจัดการธุรกิจ และการสร้างแบรนด์เพิ่มเติมเพื่อให้เกิดตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างและสามารถขยายหรือสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้ และเป็นต้นแบบหรือเป็นฮีโร่ในการสร้างแรงบันดาลใจของคนในพื้นที่ในการสร้างนวัตกรรมทั้งสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและการตลาดได้อย่างตรงจุด สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจได้” 



สำหรับการจัดแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระดับภูมิภาค ที่จะเฟ้นหาธุรกิจนวัตกรรมที่มีอัตลักษณ์ของพื้นที่กว่า 400 ธุรกิจ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการให้ความรู้เบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ รูปแบบธุรกิจ การสร้างแบรนด์ และการเล่าเรื่อง ทั้งนี้ ทีมที่ผ่านการคัดเลือก 20 ธุรกิจสุดท้ายจากทุกภูมิภาค จะเข้าสู่การแข่งขันต่อในระดับประเทศ เพื่อค้นหาสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมแชมป์ประเทศไทย ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท พร้อมโอกาสการต่อยอดทางธุรกิจด้วยโปรแกรมการพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกในด้านนวัตกรรม การบริหารจัดการ และการสร้างแบรนด์ของธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมีการตัดสิน 20 ธุรกิจสุดท้ายจากทุกภูมิภาค ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2563 


โดยเปิดรับสมัครทีมที่มีศักยภาพเข้าร่วมพัฒนานวัตกรรมไปพร้อมกันทั่วทุกภาค ตั้งแต่วันนี้ - 25 ตุลาคม 2563 ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ http://www.tibc.nia.or.th และสามารถติดตามรายละเอียดโครงการและการประกวดได้ที่ Facebook Fanpage : Thailand Inno Biz Champion







 



 




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...