ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เผยโฉมศรีสะเกษ 2 มะเขือเทศสีดาพันธุ์ใหม่ให้วิตามินซีสูง
กรมวิชาการเกษตร ปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศสีดารับประทานผลสด ชี้จุดขายพันธุ์ใหม่ให้วิตามินซีสูงโดนใจสายสุขภาพ แถมผลผลิตยังสูงกว่าพันธุ์การค้าและพันธุ์ของเกษตรกร รสเปรี้ยวนำเหมาะสำหรับทำส้มตำ
นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เปิดเผยว่า มะเขือเทศสีดาเป็นมะเขือเทศที่มีสีแดงอมชมพู มีน้ำมาก เนื้อหนาและแน่น น้ำหนักเฉลี่ย 40 กรัม ผลมะเขือเทศสีดาปลูกและผลิตได้ตลอดปีในทุกภาคของประเทศไทย   โดยมีแหล่งปลูกที่สำคัญได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครพนม สระบุรี และนครราชสีมา สำหรับพันธุ์การค้าของมะเขือเทศสีดาที่เกษตรกรปลูกกันแพร่หลายในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสมที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์ของบริษัทเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ แต่เนื่องจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมมีกระบวนการที่ซับซ้อนและเป็นผลประโยชน์ทางการค้า  ทำให้เมล็ดพันธุ์มะเขือเทศสีดาลูกผสมมีราคาสูงกว่าเมล็ดพันธุ์ผสมเปิดถึง 7.5 เท่า หรือสูงกว่า 600 บาท/ไร่ 

ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ  กรมวิชาการเกษตร ได้ผสมพันธุ์และคัดพันธุ์มะเขือเทศสีดาสำหรับปลูกในฤดูฝนโดยสามารถคัดเลือกได้พันธุ์ ศก.1 ศก.4  ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ติดผลเร็ว ผลมีสีชมพู และพันธุ์ศก.19 มีความทนทานต่อโรคเหี่ยวเขียว  แต่เนื่องจากพันธุ์ดังกล่าวเป็นพันธุ์ที่พัฒนามานานแล้ว  ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป รวมถึงการผสมตัวเองในกลุ่มพันธุ์เดิมมานาน ทำให้ศักยภาพการผลิตลดลง พันธุ์อ่อนแอต่อสภาพแวดล้อม โรคและแมลง ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษจึงได้พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศสีดาพันธุ์ผสมเปิดขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ได้พันธุ์ที่มีผลผลิตและวิตามันซีสูง มีความสม่ำเสมอของสายพันธุ์ เกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เอง ช่วยลดต้นทุนด้านเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร เป็นการเพิ่มรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า  การปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศสีดารับประทานผลสดเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์ในปี 2555–2558 ได้ทำการรวบรวม คัดเลือกพันธุ์  ปี 2559–2560 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิต ปลูกเปรียบเทียบและทดสอบพันธุ์กับพันธุ์ลูกผสมการค้า ทดสอบพันธุ์ในไร่เกษตรกรตามแหล่งปลูกต่างๆ  วิเคราะห์ปริมาณวิตามินซี และการประเมินความพึงพอใจของเกษตรกรผู้ปลูกและผู้บริโภคมะเขือเทศสีดา จนได้มะเขือเทศสีดารับประทานผลสดพันธุ์ใหม่ใช้ชื่อว่า “พันธุ์ศรีสะเกษ 2”ผ่านการพิจารณาเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม  2562



มะเขือเทศสีดาพันธุ์ศรีสะเกษ 2 มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 6.62 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์การค้าลูกผสมและพันธุ์ของเกษตรกร มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 43.3 mg/100g ปริมาณกรดที่ไทเทรตได้สูงถึงร้อยละ 0.93 ซึ่งทำให้มีรสเปรี้ยวนับว่าเป็นข้อดีเด่นเนื่องจากการใช้ประโยชน์ของมะเขือเทศสีดาจะเน้นหนักไปในด้านของการใช้ปรุงรสอาหารให้มีความเปรี้ยว เช่น ส้มตำ ซึ่งจากการประเมินความพึงพอใจของเกษตรกรผู้ปลูกและผู้บริโภคมะเขือเทศสีดาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พบว่าเกษตรกรที่มีความพอใจมะเขือเทศสีดาพันธุ์ศรีสะเกษ 2 สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษมีเมล็ดพันธุ์คัดมะเขือเทศสีดาศรีสะเกษ 2 จำนวน 3 กิโลกรัม ซึ่งสามารถนำไปปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์หลักได้พื้นที่ประมาณ 30 ไร่  
เกษตรกรที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ  โทรศัพท์ 0-4551-4581






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...