ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กยท. รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบกิจการยาง 2 โครงการ หวังดูดซับยางออกจากระบบ และกระตุ้นให้เกิดการใช้ยาง


การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าโครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงิน 20,000 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง ขยายวงเงิน เป็น 25,000 ล้านบาท หวังดูดซับยางออกจากระบบ



นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย เดินหน้าโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบกิจการยาง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 อนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงินสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท โดยขยายระยะเวลาจากเดิมออกไปโดยเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ถึงเดือนธันวาคม 2564 (ระยะเวลาในการอนุมัติวงเงินสินเชื่อที่เข้าโครงการจนสิ้นสุดระยะเวลาการชดเชยดอกเบี้ยตามโครงการ 1 ปี แต่ไม่เกินเดือนธันวาคม 2563) และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท ขยายวงเงินเป็น 25,000 ล้านบาท

รองผู้ว่าการ กยท. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงินสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท เป็นการสนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบกิจการยางแห้งนำมาหมุนเวียนเพื่อใช้ในการซื้อวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และเก็บสต๊อกไว้ในลักษณะหมุนเวียน (Moving Stock) เพื่อให้เกิดการดูดซับยางออกจากระบบ โดยเป็นการกู้เงินระยะสั้นจากธนาคารพาณิชย์ และรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ในอัตราที่จ่ายจริงไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี ตามระยะเวลาโครงการ 1 ปี


ในส่วนของโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง จากเดิมได้สนับสนุนดอกเบี้ยในวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท รัฐบาลได้ขยายวงเงินสินเชื่อ (เพิ่มเติม) 10,000 ล้านบาท เพื่อให้กับผู้ประกอบกิจการยางขั้นปลายน้ำ ในการขยายกำลังการผลิต ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต ซึ่งต้องเป็นผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางต่างๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ยางจากน้ำยางข้น และยางแห้ง โดยเป็นการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ และรัฐจะชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี ตลอดระยะเวลา 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2559-2569) ซึ่งจะทำให้มีปริมาณการใช้ยางในประเทศเพิ่มมากขึ้น จากเดิม 60,000 ตัน/ปี เป็น 100,000 ตัน/ปี

“การขยายเวลาและวงเงินกู้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางภายในประเทศ นำไปสู่การดูดซับยางออกจากระบบเกิดการขยายกำลังการผลิต การแปรรูปยาง ผลักดันราคายางให้สูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ไม่ให้เกิดความผันผวน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยาง และรัฐบาล ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถยื่นคำขอพร้อมเอกสารที่ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ โทร 0-2940-7391 สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ”




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

เจียไต๋ – สยามคูโบต้า จับมือร่วมพัฒนาโมเดลนวัตกรรมและโซลูชั่นยกระดับการปลูกพืชผักครบวงจร

  บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินการยกระดับองค์ความรู้ และนวัตกรรมการเพาะปลูกพืชผักอย่างมั่นคง เพื่อส่งเสริมศักยภาพการเพาะปลูกของไทย สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร และธุรกิจภาคเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปลูกพืชผักอย่างครบวงจร ด้วยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของสององค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการเกษตรกรรมของไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ และส่งเสริมเกษตรกรไทย ตลอดจนผู้บริโภคให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงผนึกกำลังเพื่อสร้างนวัตกรรมในการเพาะปลูก ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตร สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเกษตรของไทย ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ เจียไต๋ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในการเพาะปลูกพืชผักตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ การใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ วัสดุอุปกรณ์ในการเกษตร ตลอดจนการวางแผนระบบต่างๆ เพื่อการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ( post-harvest managemen...