ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“ดีแทค” จับมือ “ยารา” ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาแอ็พพลิเคชั่นเพื่อการเกษตร


เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563, กรุงเทพฯ – “ดีแทค” จับมือ “ยารา” ร่วมพัฒนาแอ็พพลิเคชั่นทางการเกษตร ผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย ผ่านองค์ความรู้ด้านธาตุอาหารพืชและการเกษตร รวมทั้งเทคโนโลยีทางการสื่อสาร หวังติดอาวุธเกษตรกรรายย่อยไทยนับล้าน

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค จับมือกับนายแทร์ริเอ กริทเซน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาดและการขาย บริษัท ยารา อินเตอร์เนชั่นแนล เอเอสเอ เพื่อประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาแอ็พพลิเคชั่นเพื่อการเกษตร

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคเกษตรกรรมไทยถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล อันเป็นยุทศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศและภาคเกษตรกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ตัวอย่างเช่น การทำเกษตรแม่นยำ (precision farming) และการทำเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างดีแทคและยาราในครั้งนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยสู่ยุคดิจิทัล ผ่านจุดแข็งของทั้งสององค์กร ได้แก่ ความเชี่ยวชาญด้านองค์ความรู้ด้านธาตุอาหารพืชระดับโลกและการเกษตรดิจิทัลยุคใหม่ (Digital Farming) ผ่านเทคโนโลยีของยารา ขณะที่ดีแทคจะช่วยเสริมจุดแข็งของความเป็นผู้นำในเรื่องเครือข่ายและเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งการผนึกกำลังของทั้งสององค์กรมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งในการเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อยไทยอย่างแท้จริง

นายแทร์ริเอ กริทเซน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาดและการขาย บริษัท ยารา อินเตอร์เนชั่นแนล เอเอสเอ และ นายฮากุน บรัวเซ็ท เซิร์ล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์และการเปลี่ยนผ่านองค์กร บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ร่วมลงนามกรอบความร่วมมือในการพัฒนาแอ็พพลิเคชั่นเพื่อการเกษตร  

“อุตสาหกรรมโทรคมนาคมถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญ (key enabler) ที่ทำให้เกิดนวัตกรรมในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี 5G อินเทอร์เน็ตแห่งสรรรพสิ่ง (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเรามองเห็นโอกาสมหาศาลที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย ทั้งนี้ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ดีแทคได้มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรรายย่อยของไทยมาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ dtac Smart Farmer ทั้งนี้ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่เกิดขึ้นนี้จะก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันและต่อยอดพัฒนาในหลากหลายด้าน สอดรับกับวิสัยทัศน์ของดีแทคในการเชื่อมต่อผู้คนกับสิ่งที่สำคัญที่สุดและเสริมสร้างศักยภาพสังคม ในการณ์นี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อภาคเกษตรกรรมไทยอย่างแท้จริง” นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าว


“เป็นเวลาเกือบ 50 ปีแล้ว ที่ยาราได้สนับสนุนการพัฒนาภาคการเกษตรไทย ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านธาตุอาหารพืช และการส่งต่อผลิตภัณฑ์และโปรแกรมธาตุอาหารพืชที่มีคุณภาพให้กับเกษตรกร  นักวิชาการเกษตรของยาราได้ลงพื้นที่ให้ความรู้กับเกษตรกรไทยกว่า 60,000 คนต่อปี เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าเทคโนโลยีการสื่อสารจะช่วยสร้างโอกาสในการส่งผ่านข้อมูลความรู้ ตลอดจนช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างยารากับเกษตรกรไทยในระดับบุคคลได้ ทั้งนี้ ยารารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากในการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับดีแทคในครั้งนี้ ซึ่งความร่วมมือของเราทั้งสององค์กรจะสามารถช่วยสร้างศักยภาพของเกษตรกรรายย่อยผ่านดิจิทัลโซลูชั่น และการเข้าถึงองค์ความรู้เรื่องธาตุอาหารที่สมดุลอันเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มผลผลิต ผลกำไร และความยั่งยืน ให้กับเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง” นายแทร์ริเอ กริทเซน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาดและการขาย บริษัท ยารา อินเตอร์เนชั่นแนล เอเอสเอ กล่าว

ทั้งนี้ ดีแทคและยาราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมของไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ผ่านองค์ความรู้และเครื่องมือ ตลอดจนโซลูชั่นทางการเกษตรอันล้ำสมัย ยังผลต่อการพัฒนาและเพิ่มผลิตภาพการเกษตร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรชาวไทย








ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...