ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชาวสวนยางเฮ! ได้รับสิทธิ์เยียวยาตามนโยบายรัฐ
แนะ เร่งขึ้นทะเบียน แจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูก กับ กยท. ภายใน 15 พ.ค. นี้


การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) แนะนำเกษตรกรชาวสวนยาง เร่งขึ้นทะเบียน แจ้งข้อมูลปลูกยาง และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับ กยท.ในพื้นที่ใกล้บ้านไม่เว้นวันหยุด ภายใน 15 พฤษภาคม นี้ เพื่อเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ตามนโยบายรัฐ 


นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 มีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) รายละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน จำนวน 15,000 บาท  งบประมาณรวม 150,000 ล้านบาท ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2563  โดยในส่วนของเกษตรกรชาวสวนยางใช้ฐานข้อมูลที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรและแจ้งข้อมูลพื้นที่กับ กยท. ประกอบด้วย เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำสวน และคนกรีดยาง โดยเกษตรกรชาวสวนยางท่านใดยังไม่เคยขึ้นทะเบียนกับ กยท. สามารถขึ้นทะเบียน แจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยาง และหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ให้แจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับ กยท. ได้ตั้งแต่วันนี้ - 15 พ.ค.นี้ ณ การยางแห่งประเทศไทยใกล้บ้าน ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิ์เยียวยาฯ นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบสถานะ การขึ้นทะเบียนกับ กยท. ได้ที่เว็บไซต์การยางแห่งประเทศไทย www.rubber.co.th หรือ เบอร์โทร 024332222 ต่อ 243-245




นายขจรจักษณ์ กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยาง ว่า กยท. จะจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนและการแจ้งข้อมูลเกษตรกรที่ปลูกยางฯ ไปยัง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เพื่อดำเนินการรวบรวมข้อมูลเกษตรกร จากนั้น สศก. จะนำส่งข้อมูลต่อไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อให้กระทรวงการคลังตรวจข้อมูลและคัดกรอง ป้องกันการรับสิทธิ์เยียวยาจากรัฐบาลซ้ำซ้อน เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วกระทรวงการคลังจะส่งข้อมูลให้ ธ.ก.ส. จ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรต่อไป


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

เจียไต๋ – สยามคูโบต้า จับมือร่วมพัฒนาโมเดลนวัตกรรมและโซลูชั่นยกระดับการปลูกพืชผักครบวงจร

  บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินการยกระดับองค์ความรู้ และนวัตกรรมการเพาะปลูกพืชผักอย่างมั่นคง เพื่อส่งเสริมศักยภาพการเพาะปลูกของไทย สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร และธุรกิจภาคเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปลูกพืชผักอย่างครบวงจร ด้วยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของสององค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการเกษตรกรรมของไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ และส่งเสริมเกษตรกรไทย ตลอดจนผู้บริโภคให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงผนึกกำลังเพื่อสร้างนวัตกรรมในการเพาะปลูก ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตร สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเกษตรของไทย ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ เจียไต๋ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในการเพาะปลูกพืชผักตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ การใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ วัสดุอุปกรณ์ในการเกษตร ตลอดจนการวางแผนระบบต่างๆ เพื่อการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ( post-harvest managemen...