ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 1 จังหวัดนครปฐม เปิดศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 1 หน่วยบริการนครชัยศรี ขยายพื้นที่การเรียนรู้พร้อมจัดกระบวนการพัฒนาทักษะการเรียนร่วมแก่เด็กพิการ



ปัญหาความพิการทางด้านร่างกายเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งที่ปิดกั้นโอกาสการศึกษาของเด็ก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กที่มีความพิการทางด้านร่างกายก็มีศักยภาพพร้อมจะศึกษาและเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกับเด็กปกติทั่วไป ซึ่งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 ได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง สถานที่ตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา จำนวน 13 ศูนย์ และศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัด จำนวน 64 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและให้บริการการศึกษาพิเศษตามภารกิจของศูนย์การศึกษาพิเศษ

มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จึงร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 1 จังหวัดนครปฐม เปิดศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 1 หน่วยบริการนครชัยศรี ในพื้นที่ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน นครชัยศรี เพื่อสร้างกระบวนการพัฒนาทักษะและอาชีพให้แก่คนพิการอย่างครบวงจร และครอบคลุมทุกช่วงอายุตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยทำงาน รวมไปถึงผู้พิการที่เป็นผู้สูงอายุ โดยได้รับเกียรติจาก นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงาน


นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานในพิธีกล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ทำให้เกิดแนวคิดว่าคนพิการไม่ได้เป็นภาระของสังคม แต่คนพิการสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ซึ่งในประเทศไทยก็ประสบปัญหาด้านการศึกษาสำหรับเด็กพิการ จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในการก่อตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษครั้งนี้จะช่วยยกระดับการศึกษาให้มีความพัฒนายิ่งขึ้นและทำให้เด็กพิการและเด็กทั่วไปใช้ชีวิตในการเรียนไปด้วยกันได้

โดยศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 1 หน่วยบริการนครชัยศรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ของศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนนครชัยศรี ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ โดยมูลนิธิฯ ได้สนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการครั้งนี้ ในรูปแบบของการจัดสรรพื้นที่ภายในศูนย์ฝึกอาชีพฯ สำหรับจัดสร้างอาคาร 3 หลัง ได้แก่ สำนักงาน ห้องเรียน ลานกิจกรรม และยังพร้อมให้การสนับสนุนการฝึกอาชีพสำหรับผู้ปกครองและคนพิการ  และจัดหาบุคลากรทางการศึกษาที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษาพิเศษด้วย


ด้าน ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นแนวคิดนี้เกิดจากความต้องการให้คนพิการได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพตั้งแต่วัยเด็ก จึงเกิดเป็นความร่วมมือในการสร้างศูนย์การศึกษาพิเศษ เพื่อสร้างการเรียนรู้สำหรับเด็กพิการและเด็กพิเศษทุกรูปแบบและให้เด็กๆ กลุ่มนี้สามารถอยู่ร่วมกันกับเด็กปกติได้ ด้วยความเชื่อว่าคนพิการสามารถทำได้ทุกอย่างและคนพิการไม่ได้เป็นภาระของสังคม

สำหรับหลักสูตรที่ใช้สำหรับการพัฒนาเด็กพิการจะแตกต่างจากหลักสูตรของเด็กทั่วไป เนื่องจากเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กพิการก่อนเข้าโรงเรียนทั่วไป ซึ่งจะเป็นหลักสูตรการเสริมการเรียนรู้เบื้องต้น อาทิ การเสริมสร้างการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ และทักษะการดำรงชีวิต 


ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 1 หน่วยบริการนครชัยศรี เปิดรับเด็กพิการตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 15 ปี ที่มีใบรับรองจากแพทย์หรือมีบัตรผู้พิการเท่านั้น ซึ่งการสมัครเรียนต้องได้รับการประเมินจากศูนย์การศึกษาพิเศษฯ ก่อนเข้ารับการศึกษา และเมื่อผู้เรียนมีอายุ 15 ปีขึ้นไปทางศูนย์การศึกษาพิเศษฯ ก็จะส่งเสริมการศึกษาให้ต่อเนื่องภายใต้โครงการ “เปลี่ยนบ้านเป็นห้องเรียน” โดยครูจากศูนย์ฯ จะนำสื่อการเรียนต่างๆ ไปสอนให้โดยตรงที่บ้าน ผู้ปกครองที่มีความสนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 02-497-6411 หรือ 02-497-6114



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ต่อยอดความสำเร็จ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” เปิดตัวทีมนักแข่งปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผู้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เวทีการแข่งขันชิงสุดยอดเกษตรกรนักปลูกข้าวโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ส่งเสริมการทำเกษตรแม่นยำด้วยนวัตกรรมปฏิทินเพาะปลูก “ KAS Crop Calendar On LINE”  ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรก สู่การขยายผลในรูปแบบทีมพร้อมสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศ เตรียมลุ้นไปกับการขับเคี่ยวของทีมเกษตรกรผู้เข้ารอบทั้ง 4 ภาค ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพาะปลูกข้าวเชื่อมโยงกับพื้นที่แปลงนาของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลทำนา พร้อมกับวิธีการทำนาแบบรักษ์โลกและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย มาร่วมเฟ้นหาทีมผู้ชนะที่จะมาคว้าชัยในศึกแห่งผืนนา ที่สามารถใช้เทคนิคการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลายปีนี้ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์ กับดักระบบเกษตรไทยและคนรุ่นใหม่ว่า “ Young Farmer :New Engine to More Power ค...