ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ม.เกษตรฯ เปิดหลักสูตรใหม่ 1 ปี หนุนสร้างบุคลากรในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มรองรับการเติบโตของตลาดที่มีอย่างต่อเนื่อง

 


มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดหลักสูตรใหม่ระดับประกาศนียบัตร ใช้เวลาเรียน 1 ปี หวังพัฒนาและสร้างบุคลากรเสริมในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

รศ.ดร.อนุวัตร แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โควิด คาดว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์กันว่าในปี 2562-2564 แนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะมีประมาณ 0-2 เปอร์เซ็นต์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านเครื่องดื่มของไทย ที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกอบการรายย่อยเพิ่มมากขึ้น ให้มีศักยภาพพร้อมแข่งขันในระดับสากล จึงเปิดหลักสูตรใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยจะเป็นหลักสูตร ระดับประกาศนียบัตรขั้นสูงที่ใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 1 ปีหรือสองภาคการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม




หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องดื่มและการจัดการ (Graduate Diploma Program in Beverage Technology and Management) นี้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของโครงการ South East Asia Academy for Beverage Technology (SEA-ABT) ซึ่งได้การสนับสนุนจากโปรแกรม the Erasmus+ Capacity Building in Higher Education (CBHE) ของสหภาพยุโรป (European Union) ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรีย อิตาลี และเยอรมัน รวมถึงภาคเอกชน องค์กรและหน่วยงานการศึกษาภายในสหภาพยุโรปอีกหลายแห่ง

 "หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องดื่มและการจัดการ เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรขั้นสูง มีระยะเวลาเรียน 2 ภาคการศึกษา หรือ 1 ปี จำนวน 24 หน่วยกิต โดยเนื้อหาของหลักสูตรนี้ได้ผ่านการกลั่นกรองเนื้อหาการสอนจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ มีการผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม"



การจัดการเรียนการสอนสำหรับหลักสูตรนี้ จะเป็นช่วงเวลานอกเวลาราชการ สอนเป็นภาษาไทย โดยมีคณาจารย์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเป็นผู้สอนและวิทยากร  กำหนดการรับสมัครประมาณเดือนตุลาคม 2563 มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 90,000 บาท ต่อหลักสูตร (ภาคการศึกษาละ 45,000 บาท)


ทั้งนี้ สามารถติดตามดูประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการได้ที่ www.agro.ku.ac.th  หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ beveragetechnology.thailand@gmail.com และที่เบอร์โทร 081-987-9204 และนอกจากหลักสูตรดังกล่าว ทางโครงการและมหาวิทยาลัยเครือข่าย ยังจะมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ทั้งสัมมนา อบรมระยะสั้น หลักสูตรเรียนร่วมสองปริญญาอีกด้วย



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...