ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เฝ้าระวัง! หญ้าแม่มด..วัชพืชกักกันร้ายแรงระบาดในแปลงอ้อย ข้าวโพด ทำผลผลิตเสียหายได้มากกว่า 50%


ตั้งแต่ ปี 2560 พบหญ้าแม่มด..วัชพืชกักกันร้ายแรงระบาดอยู่ในไร่อ้อย ข้าวโพด ข้าวฟ่าง  ข้าวฟ่างหางหมา ใน อ. เมือง อ.พยุหะคีรี อ. ตากฟ้า อ. ตาคลี อ. ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้ผลผลิตอ้อย ข้าวโพด ข้าวฟ่าง เสียหายได้มากกว่า 50%

ลักษณะต้นของหญ้าแม่มด

ข้อมูลจากสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทยระบุว่า พื้นที่เคยพบการระบาด..จะต้องเฝ้าระวังหญ้าแม่มดต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 10-15 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าหญ้าดังกล่าวได้หายไปจากพื้นที่แล้ว ถึงจะเปลี่ยนชนิดพืชไปเป็นพืชใบกว้าง เช่น ถั่วเขียว มันสำปะหลัง งา หรือ กระเจี๊ยบแดงก็ตาม

หญ้าแม่มดดอกสีขาวที่กำลังออกดอกติดเมล็ดในแปลงผอ้อยอายุ 5 เดือน

เป็นวัชพืชที่ประเทศคู่ค้าจะไม่ยอมให้มีเมล็ดติดไปกับสินค้าเกษตรนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด หรือแม้แต่ข้าวสารส่งออก

จัดเป็นวัชพืชล้มลุกใบกว้าง อายุ 90-120 วัน ลำต้นสูงประมาณ 15 ถึง 30 เซนติเมตร ดอกเป็นช่อ ดอกมี 5กลีบสีขาว มีฝักเดี่ยวขนาดเล็กอยู่ตามซอกใบ  

ดอกและเมล็ดของหญ้าแม่มดที่มีขนาดเล็กมาก


เมล็ดมีขนาดเล็กมากคล้ายฝุ่นสามารถติดไปกับเสื้อผ้ารองเท้า เศษดินตามล้อรถไถ หรือปลิวไปตามลม ๆ

 หญ้าแม่มด 1 ต้น สามารถสร้างเมล็ดได้จำนวนมากถึง 200,000 เมล็ด และเมล็ดสามารถพักตัวในดินได้นาน ๆ15- 20 ปี    



เป็นวัชพืชที่เป็นกาฝากที่รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เช่น อ้อย ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างหางหมา ข้าวไร่ และวัชพืชใบแคบ วงจรชีวิตประมาณ 90-120 วัน สามารถแทงรากเข้าไปดูดกินน้ำเลี้ยงในรากพืชปลูกได้ ทำให้พืชประธานแคระแกรนและแห้งตาย

https://drive.google.com/file/d/1DmeLpFpohONjD2l4S-hY8PgvzMfQyMPA/view?usp=drivesdk

ในช่วงของฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตแปลงอ้อย ขอเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวังการเก็บเกี่ยวในแปลงที่มีการระบาดต้องทำความสะอาดรถตัดอ้อยและ รถคีบอ้อย  ไม่มีเศษดินติดไปกับล้อรถ

แผนที่แสดงการระบาดของหญ้าแม่มดในพื้นที่ต่างๆ



ทั้งนี้ สามารถแจ้งพิกัดการพบเห็นหญ้าแม่มด ให้กับทางสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประทศไทย เพื่อจะเข้าไปดำเนินการจัดทำแผนที่เตือนภัยการระบาดต่อไป

#หญ้าแม่มดวัชพืชกักกันร้ายแรง #สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย #นสพกสิกร





 







 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...