ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วว. ขับเคลื่อน Total Solutions for SMEs ในงาน Pro Pak Asia 2020 เปิดกิจกรรม “Brand DNA Season 6” พัฒนาผู้ประกอบการ ค้นหาอัตลักษณ์แท้จริงของแบรนด์ เสริมแกร่งการแข่งขันในตลาดโลก

 


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ขับเคลื่อน Total  Solutions  for  SMEs  เปิดกิจกรรม “Brand  DNA  Season 6” ในงาน PRO PAK  ASIA  2020  ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมไบเทค บางนา มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการค้นหาอัตลักษณ์ที่แท้จริงของแบรนด์ ปูทางต่อยอดสู่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งกราฟิกดีไซน์ การเลือกใช้ประเภทวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสินค้าให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมจัดสัมมนา “กุญแจสู่ความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบสู่ท้องตลาด” มุ่งเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลแบบบูรณาการ ซึ่ง วว. พร้อมสนับสนุน SMEs ในด้านการพัฒนาสินค้า ส่วนผสม การบรรจุภัณฑ์ สู่การจำหน่ายในตลาดอย่างแท้จริง โชว์นิทรรศการ ผลงานวิจัยพัฒนา บริการอุตสาหกรรม “Total  Solution : Innovation  for  healthy  life  and  beauty” เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง


ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดกิจกรรม “Brand  DNA  Season 6” ว่า  วว. มีพันธกิจหลักคือสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP SMEs จากประสบการณ์ในการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพ เก่ง ไม่แพ้ชาติใดในโลก ดังนั้นเพื่อให้ความคิดเป็นรูปธรรม วว. จึงได้ออกแบบหลักสูตร “ค้นหา BRAND DNA กำหนดทิศทางของแบรนด์และองค์กรด้วย DNA” ค้นหาอัตลักษณ์ที่แท้จริงของแบรนด์ หรือ Brand DNA” ปูทางต่อยอดสู่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งกราฟิกดีไซน์และการเลือกใช้ประเภทวัสดุบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสินค้า โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการตลาดมาแบ่งปันความรู้ โดยมีจุดมุ่งหมายคือ เพื่อให้ได้ตัวตนที่แท้จริงก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการออกแบบตราสินค้าหรือแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนแนวคิดในการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้มีภาพลักษณ์เป็นที่ยอมรับและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก



ทั้งนี้ วว. จัดกิจกรรม “Brand  DNA” มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว โดยเฉพาะรูปแบบ Road show  4 ภาค ซึ่งผู้ประกอบการให้การตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ด้วยภารกิจของ วว. ที่ต้องการพัฒนาผู้ประกอบการในประเทศไทย ซึ่งไม่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น จึงได้ขยายการอบรมไปทั้ง 4 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งมีมากกว่า 500 บริษัท ที่ร่วมส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการ โดยทาง วว. ได้คัดสรรผู้ประกอบการกว่า 50 ราย เพื่อเข้าอบรมแบบเข้มข้นในการค้นหา DNA ของผลิตภัณฑ์ และในการจัดกิจกรรมครั้งที่ 6  วว. เริ่มเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว โดยผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเข้าเยี่ยมชมตัวอย่างผลงาน “Brand  DNA” ได้ที่บูธนิทรรศการแสดงผลงานของ วว.  ในงาน PRO PAK  ASIA  2020  ณ  Hall 103  ไบเทค บางนา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21- 23 ตุลาคม 2563

“...Packaging จะไม่ใช่แค่เพียง Packaging อีกต่อไป หากคุณเข้าใจ DNA ของผลิตภัณฑ์ เมื่อเข้าใจผลิตภัณฑ์อย่างถ่องแท้ถึงคุณสมบัติ จะสามารถถ่ายทอด DNA ออกมาทาง Package ได้เป็นอย่างดี…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว



ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กล่าวต่อว่า การสนับสนุนผู้ประกอบภายใต้กิจกรรม “Brand  DNA” นั้น วว. จะให้การสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่มีไอเดียดีๆ รวมถึง Start-up ที่มีความคิด มีไอเดีย แต่ยังไม่มีช่องทาง ไม่มีอุปกรณ์ในการเริ่มต้นผลิตสินค้า ในส่วนนี้ วว. พร้อมเสมอที่จะสนับสนุนนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปช่วย วว. มีความพร้อมทั้งเทคโนโลยี บุคลากร  โครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งเครื่องมือพร้อมใช้ที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่สามารถผลิตสินค้าและทำสินค้าให้ได้คุณภาพมาตรฐาน เพื่อทำความฝันของผู้ประกอบการให้กลายเป็นความจริง มีความเข้มแข็งในการประกอบธุรกิจ

“... วว. มีประสบการณ์สูงในการทำงานทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีงานวิจัยที่พร้อมใช้ ซึ่งสามารถเข้าไปช่วยขับเคลื่อนและสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการ ให้มีความเข้มแข็ง ต่อยอดความคิดให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริงต่อไป...” ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กล่าว 


โอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าการ วว. ยังได้เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง “กุญแจสู่ความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบสู่ท้องตลาด” ณ ห้อง GH 201 ไบเทค บางนา  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แบบบูรณาการ หรือ Total Solutions for SMEs ที่ วว. สามารถให้การสนับสนุนมาใช้ในการยกระดับคุณภาพวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล อันจะนำไปสู่การขยายตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ  รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถและสร้างความตระหนักให้กับผู้ประกอบการไทยในการแข่งขันด้วยคุณภาพมาตรฐาน และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน


ในการสัมมนาครั้งนี้  วว. นำองค์ความรู้ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนา  การนำไปใช้จริง บรรยายร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ ประกอบด้วยเนื้อหามุ่งตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการหาความรู้และความเข้าใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองในการเข้าสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นการหาวัตถุดิบ  การแปรรูป  การตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และการควบคุมคุณภาพ ดังนี้  1. การเลือกใช้สารทดแทนจากธรรมชาติ เพื่อสุขภาพและความงาม โดย  ดร.สมกมล  อินทวงศ์  นักวิจัย วว. 2.นวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม   โดย  ดร.กฤตลักษณ์  ปะสะกวี   นักวิจัย วว. 3.การประเมินอายุการเก็บผลิตภัณฑ์อาหารและการทดสอบบรรจุภัณฑ์อาหาร  โดย  ดร.รัชนีวรรณ กุลจันทร์  ผอ.ห้องปฏิบัติการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ วว. และคุณนันทนีย์ ไชยมังคลายนต์ นักวิจัย วว.  และ 3.การเลือกใช้สารออกฤทธิ์จากธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงาม  โดย  ดร.ดวงกมล  เจริญวงศ์  นักวิจัยอาวุโส  วว. ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเข้าร่วมการสัมมนามากกว่า 200 ท่าน

 การขับเคลื่อน Total Solutions for SMEs ของ วว. ในงาน  PRO PAK  ASIA  2020 หรือ งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีด้านกระบวนการผลิต การแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ แห่งภูมิภาคเอเชีย  ครั้งที่ 28  ซึ่งบริษัทอินฟอร์ม่าฯ จัดขึ้น ระหว่างวันที่  20-23 ตุลาคม  2563  เวลา 09.00-18.00 น.  ณ  Hall 103-104   ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  นั้น  นอกจากการจัดกิจกรรมดังกล่าวแล้ว  วว. ยังนำผลงานวิจัยพัฒนา บริการอุตสาหกรรม ร่วมจัดแสดงนิทรรศการ  ณ  Hall 103   ใน Theme  “Total  Solution : Innovation  for  healthy  life  and  beauty”  เพื่อร่วมขับเคลื่อน สร้างโอกาสทางธุรกิจ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการนำเสนอผลงานโดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมของ วว. ด้านอาหารสุขภาพ (โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร)  ผลิตภัณฑ์สมุนไพร (เวชสำอาง & ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) ความหลากหลายทางชีวภาพ (จุลินทรีย์ & สาหร่าย) ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (ผลงาน Brand DNA/การวิจัยทดสอบบรรจุภัณฑ์) และสำนักรับรองระบบคุณภาพ พร้อมทั้งการให้คำแนะนำปรึกษาด้านการให้บริการอย่างครบวงจร


ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กล่าวในตอนท้ายว่า นอกจากจะมีการจัดสัมมนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการในครั้งนี้แล้ว ในปี พ.ศ. 2565 นับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทย โดย วว. ได้รับเลือกจาก International Association of Packaging Research Institute (IAPRI) ให้เป็นเจ้าภาพหลักจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ “23rd IAPRI World Conference on Packaging 2022” ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2565 กิจกรรมประกอบด้วย การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์จากทั่วโลก ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยกับหน่วยงานที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง  วว. ขอเชิญชวนนักวิชาการด้านบรรจุภัณฑ์ทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชุมวิชาการดังกล่าว

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับบริการด้านบรรจุภัณฑ์จาก วว. ได้ที่ ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย ซึ่งเป็น ศูนย์กลางเทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์แห่งชาติ ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์ และงานบริการวิเคราะห์ทดสอบด้านบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการของทุกภาคส่วน  เลขที่ 196  ถ.พหลโยธิน  เขตจตุจักร  กรุงเทพฯ  10900  โทร 2579 1121 ต่อ 3101, 3208, 081 702 8377   E-mail  : TPC-tistr@tistr.or.th   





 











ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ต่อยอดความสำเร็จ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” เปิดตัวทีมนักแข่งปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผู้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เวทีการแข่งขันชิงสุดยอดเกษตรกรนักปลูกข้าวโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ส่งเสริมการทำเกษตรแม่นยำด้วยนวัตกรรมปฏิทินเพาะปลูก “ KAS Crop Calendar On LINE”  ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรก สู่การขยายผลในรูปแบบทีมพร้อมสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศ เตรียมลุ้นไปกับการขับเคี่ยวของทีมเกษตรกรผู้เข้ารอบทั้ง 4 ภาค ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพาะปลูกข้าวเชื่อมโยงกับพื้นที่แปลงนาของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลทำนา พร้อมกับวิธีการทำนาแบบรักษ์โลกและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย มาร่วมเฟ้นหาทีมผู้ชนะที่จะมาคว้าชัยในศึกแห่งผืนนา ที่สามารถใช้เทคนิคการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลายปีนี้ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์ กับดักระบบเกษตรไทยและคนรุ่นใหม่ว่า “ Young Farmer :New Engine to More Power ค...