ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“เอนก” หนุนมหา’ลัยแพะเป็นต้นแบบสถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนท้องถิ่น สร้างงาน สร้างเงินให้คนกระบี่


“เอนก เหล่าธรรมทัศน์” รมว.การอุดมศึกษาฯ เยือนมหา’ลัยแพะ ยกเป็นต้นแบบสถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนท้องถิ่นตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของรัฐบาล ชูเป็นมหาวิทยาลัยของภาคประชาชนที่เกิดจากความพยายามของคนในพื้นที่จริงๆ สร้างงานสร้างเงินให้คนกระบี่ เตรียมถอดความสำเร็จเพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น พร้อมชมงานวิจัย ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หนุนผลิตสัตว์เศรษฐกิจเมืองกระบี่ 


ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตรวจเยี่ยมมหา’ลัยแพะนานาชาติ กระบี่ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ณ ศรีผ่องฟาร์ม ฟาร์มสาธิตเลี้ยงแพะสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ บ้านน้ำจาน ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการดำเนินงานของมหา’ลัย และโครงการความร่วมมือในการนำผลงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการขับเคลื่อน Model แพะใน จ.กระบี่ และแพะในพื้นที่ภาคใต้เพื่อความยั่งยืน โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. นายสำราญ รอดเพชร ผู้ช่วย รมว.อว.  ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ และนายกสภามหา’ลัยแพะนานาชาติ กระบี่ ตลอดจนผู้บริหาร อว. และทาง จ.กระบี่ เข้าร่วม


ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ รมว.อว. ได้มอบนโยบายและกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนสัตว์เศรษฐกิจในเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และภาคใต้ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม และเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการประกวดการแปรรูปเนื้อและผลิตภัณฑ์แพะ พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้เข้ารับการประกวดอีกด้วย 

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก ได้กล่าวว่า ตนตั้งใจที่จะมาดูมหา’ลัยแพะนานาชาติ กระบี่ ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ทำให้ได้พบของดีที่จะพัฒนาการเรียนรู้ของไทย มหา'ลัยเป็นมหาวิทยาลัยของภาคประชาชนที่เกิดจากเรี่ยวแรงและความพยายามของคนในพื้นที่จริงๆ  ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ซึ่งมหาวิทยาลัยทั่วไปขาดสิ่งเหล่านี้มาก นี่จึงเป็นจุดแข็งของมหา’ลัยแพะ ที่มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ยังทำไม่ได้ และสิ่งที่มหา’ลัยแพะทำสอดคล้องกับโครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ อว. เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัด ถ้าทุกจังหวัดทำมหาวิทยาลัยแบบนี้ จะทำให้โครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันสำเร็จได้


"ขอยืนยันว่าสิ่งไหนที่ อว.จะเข้ามาช่วยสนับสนุนส่งเสริมได้ อว.ยินดีทำให้เต็มที่ แต่เราจะไม่ไปทำแทนคนในท้องที่ เราจะเป็นกองหนุนเพื่อให้ชุมชนได้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้คนในพื้นที่รู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของเพื่อให้การขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันเกิดขึ้นได้จริง หลังจากนี้ อว.จะไปถอดบทเรียนความสำเร็จของมหา’ลัยแพะ เพื่อให้เป็นโมเดลหนึ่งของการเรียนรู้ที่ทำให้คนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมได้จริง และจะขยายไปสู่พื้นที่อื่นต่อไป" รมว.อว.กล่าว 


ทางด้าน ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้กล่าวถึงบทบาทของ อว. ที่จะถอดบทเรียนความสำเร็จของมหา’ลัยแพะต่อไปว่า อว. มีนโยบายและยุทธศาสตร์ในรูปแบบใหม่เพิ่มเติมที่จะให้การศึกษาตรงกับการใช้งาน ให้คนเข้ามาศึกษาแล้วสามารถสร้างรายได้ คนทำงานแล้วก็มาศึกษาเพิ่มเติม เป็นการศึกษาตลอดชีวิต ไม่ต้องมีการรับปริญญา เพื่อเสริมการศึกษาในอุดมศึกษาปัจจุบัน 




"การมาเยี่ยมมหา'ลัยแพะครั้งนี้เราจะทำ 2 อย่าง 1. ส่วนใดที่มหาลัย'แพะทำดีอยู่แล้ว แต่ยังต้องการงานวิจัยเสริมเรายินดีสนับสนุน 2.ขยายความสำเร็จของที่นี่ให้แก่จังหวัดอื่นๆ หรือมิติอื่นๆ ที่ต้องการขยายผลความสำเร็จของมหาวิทยาลัยแพะ" ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์กล่าว 


พร้อมกันนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้กล่าวรายงานเรื่องการดำเนินงานขับเคลื่อนการนำผลการวิจัยเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาร่วมผลักดันการดำเนินการผู้ประกอบการ และชุมชนผู้เลี้ยงแพะในจังหวัดกระบี่ ซึ่งในส่วนของ วช. ได้นำเสนอนิทรรศการโครงการยกระดับการขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะของภาคใต้ ด้วยการจัดโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการเลี้ยงและผลิตน้ำนม อาหารผสม สำหรับแพะเนื้อ และแพะนม การแปรรูปน้ำนมและนวัตกรรม เพื่อประสิทธิภาพการเลี้ยงแพะ โดยมีงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายใต้แผนงานวิจัยและพัฒนาขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะของภาคใต้ พ.ศ.2563-2565 จำนวน 7 โครงการ





ประกอบด้วย 1.ศักยภาพทางการตลาดและการจัดการโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแพะในภาคใต้ 2.การศึกษาและพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงแพะนมและการผลิตน้ำนมแพะของเกษตรกรในภาคใต้ 3.นวัตกรรมอาหารผสมสำเร็จจากเศษเหลือทางการเกษตรและอุตสาหกรรมสำหรับแพะเนื้อและแพะนมในภาคใต้ 4.การค้นหาและจีโนไทป์เครื่องหมายโมเลกุลสนิปแบบทั่วทั้งจีโนมด้วยเทคโนโลยี genotyping-by-sequencing (GBS) เพื่อจำแนกอัตลักษณ์พันธุ์จำเพาะและปรับปรุงพันธุกรรมแพะเนื้อ “ทรัพย์ มอ.1” 5.การเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบพันธุ์แพะด้วยการใช้โปรแกรมฮอร์โมน 6.การวิจัยและพัฒนารูปแบบการตรวจวิเคราะห์โรคเมลิออยโดลิสในแพะ 7.การพัฒนาต้นแบบโรงแปรรูปน้ำนมแพะมาตรฐาน GMP และศูนย์บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำนมแพะดิบในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย











 











 




 




 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

เจียไต๋ – สยามคูโบต้า จับมือร่วมพัฒนาโมเดลนวัตกรรมและโซลูชั่นยกระดับการปลูกพืชผักครบวงจร

  บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินการยกระดับองค์ความรู้ และนวัตกรรมการเพาะปลูกพืชผักอย่างมั่นคง เพื่อส่งเสริมศักยภาพการเพาะปลูกของไทย สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร และธุรกิจภาคเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปลูกพืชผักอย่างครบวงจร ด้วยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของสององค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการเกษตรกรรมของไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ และส่งเสริมเกษตรกรไทย ตลอดจนผู้บริโภคให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงผนึกกำลังเพื่อสร้างนวัตกรรมในการเพาะปลูก ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตร สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเกษตรของไทย ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ เจียไต๋ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในการเพาะปลูกพืชผักตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ การใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ วัสดุอุปกรณ์ในการเกษตร ตลอดจนการวางแผนระบบต่างๆ เพื่อการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ( post-harvest managemen...