ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ ดิน ปุ๋ย พืช วว. ผ่านการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบจาก วศ.

 


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) โดย ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน ปุ๋ยและพืช ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบจากการตรวจประเมินโดยสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ด้วยมาตรฐานการวิเคราะห์ภายใต้ระบบ ISO 17025 : 2017 ในระดับสากล

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. โดยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน ปุ๋ยและพืช  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ จากการตรวจประเมินโดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ในฐานะที่มีความพร้อมทางด้านระบบบริหารงานคุณภาพและด้านวิชาการ ภายใต้ระบบ ISO 17025 ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งทาง วว. ได้รับการรับรองในขอบข่ายของความเป็นกรด-ด่าง ของดิน และค่าการนำไฟฟ้าของดิน


ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน ปุ๋ยและพืช  วว. มีหน้าที่รับผิดชอบให้บริการด้านการตรวจวิเคราะห์/ทดสอบตัวอย่างดิน น้ำ พืช ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ให้แก่หน่วยงานทั้งส่วนราชการ สถาบันการศึกษา อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ผู้ประกอบการชุมชนและบุคคลทั่วไป ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของนักวิจัยและนักเคมีวิเคราะห์ โดยจะให้บริการวิเคราะห์ฯ จำนวน 36 รายการ  ดังนี้ 



1. ขนาดปุ๋ย  2.ปริมาณความชื้นและสิ่งที่ระเหยได้ 3.ปริมาณหิน กรวด ทราย 4.พลาสติก แก้ว วัสดุมีคมและโลหะอื่นๆ 5.ค่าความเป็นกรด-ด่าง 6.ค่าการนำไฟฟ้า 7.ค่าอินทรียวัตถุ 8.ไนโตรเจนทั้งหมด 9.ฟอสเฟตทั้งหมด 10.โพแทชทั้งหมด 11.อัตราส่วนของธาตุคาร์บอนต่อธาตุไนโตรเจน 12.การย่อยสลายที่สมบูรณ์ 13.สารหนู 14.ปริมาณเกลือ 15.แคดเมียม 16.ตะกั่ว 17.โครเมียม 18. ปรอท 19.ทองแดง  20.สังกะสี  21.แมงกานีส 22.ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 23.โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 24.แคลเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 25.แมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ 26.โซเดียมที่แลกเปลี่ยนได้ 27.ความอิ่มตัวด้วยด่าง  28.ความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก 29.เหล็กที่แลกเปลี่ยนได้ 30.ทองแดงที่แลกเปลี่ยนได้ 31.แมงกานีสที่แลกเปลี่ยนได้ 32.สังกะสีที่แลกเปลี่ยนได้ 33.จุลินทรีย์ทั้งหมด 34.แบคทีเรียกลุ่มแลคติก 35.แบคทีเรียกลุ่มบาซิลลัส  และ 36.จุลินทรีย์ละลายฟอสฟอรัส


สำหรับวิธีการเก็บตัวอย่างดิน เพื่อส่งมาวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน ปุ๋ยและพืช ของ  วว.  มีวิธีการ  ดังนี้ 1.แบ่งพื้นที่เก็บตัวอย่างดิน  2.กรณีพืชรากสั้น เก็บดินแต่ละแปลงย่อย โดยเก็บกระจายที่แปลงๆละ 15 จุด และกรณีพืชรากลึก  ให้เลือกพืช 15-20 ต้นต่อแปลง เก็บรอบทรงพุ่ม  2-4  จุดต่อต้น ดินที่ได้นำมารวมกัน  3.หากมีหญ้าและ/หรือเศษวัสดุคลุมดินให้ถางและกวาดออกให้ได้มากที่สุด  4.ขุดหลุมเป็นรูปตัว ลึกประมาณ  1 หน้าจอบ ใช้จอบเซาะดินที่ขอบหลุมทิ้ง แล้วจึงเก็บดินตัวอย่างใส่ถุงพลาสติก และ 5.คลุกดินทั้งหมดเข้าด้วยกัน  ผึ่งให้แห้งในที่ร่ม โดยมีวิธีการแบ่งคือ เกลี่ยตัวอย่างดินแผ่ให้เป็นรูปวงกลมแล้วแบ่งผ่ากลางออกเป็น 4 ส่วนเท่ากัน เก็บดินมาเพียง 1 ส่วน หนักประมาณ  1 กิโลกรัม ใส่ถุงพลาสติกที่สะอาด เพื่อส่งวิเคราะห์


ผู้สนใจสามารถขอใช้บริการจาก ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน ปุ๋ยและพืช ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ติดต่อได้ที่ กลุ่มบริการวิเคราะห์/ทดสอบ โทร. 02 577 9018 และส่งตัวอย่างเพื่อการทดสอบ ได้ที่ อาคารศูนย์บริการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีปุ๋ยอินทรีย์เคมีขั้นสูง วว. เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  โทรศัพท์ 0 2577 9018






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...