ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ครั้งแรกของโลก! การวิจัยพัฒนาเพาะเนื้อเยื่อ “มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบ” โดย เอ็นซี โคโคนัท จับมือ มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศความสำเร็จพร้อมเดินหน้าการพัฒนามะพร้าวน้ำหอมเพื่ออุตสาหกรรม

 

บริษัทเอ็นซี โคโคนัท โดยคุณณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุมน จับมือกับ ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร ร่วมทำโครงการ COCONUT Tissue Culture 

บริษัท เอ็นซี  โคโคนัท จำกัด หนึ่งในผู้ส่งออกมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ จับมือกับ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมทำโครงการ COCONUT Tissue Culture หรือการพัฒนาขยายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม “พันธุ์ก้นจีบ” ด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สำเร็จเป็นที่แรกของโลก 


การแถลงข่าวความสำเร็จของโครงการฯ

นายณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นซี โคโคนัท จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน จ.ราชบุรี มีการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มีหลายอำเภอที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบ เช่น อ.ดำเนินสะดวก อ.บางแพ อ.วัดเพลง อ.โพธาราม อ.ปากท่อ และ อ.บ้านโป่ง มีพื้นที่รวมในการเพาะปลูกกว่า 100,000 ไร่ มูลค่าการส่งออกนับเป็น 10,000 ล้านบาทต่อปี มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีปริมาณความต้องการของตลาดโลกสูงมาก อย่างเช่น ประเทศจีน ประเทศแถบยุโรป อเมริกา และประเทศแถบเอเชีย เป็นต้น ต่างก็ชื่นชอบในรสชาติของมะพร้าวน้ำหอมของประเทศไทยที่มีรสชาติหวานแบบธรรมชาติ และมีกลิ่นหอมซึ่งเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบของประเทศไทยและในพื้นที่เพาะปลูกของ จ.ราชบุรี ขณะที่ปัจจุบันความต้องการของเกษตรกรมีเพิ่มมากขึ้นที่หันมาปลูกมะพร้าวน้ำหอมทำให้สายพันธุ์แท้ของมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบมีการกลายพันธุ์ ถ้าเกษตรกรนำไปเพาะปลูกกว่าจะเห็นผลผลิตก็จะเสียเวลาในการรอคอยไป 2-3 ปี ซึ่งอาจสร้างความเสียหายกับเกษตรกรได้ บริษัท NC COCONUT ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านมะพร้าวน้ำหอมจึงเห็นความสำคัญในเรื่องของ “พันธุ์” ของมะพร้าวจึงได้ร่วมมือกับ ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดี คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการร่วมกันวิจัยพัฒนาครั้งนี้ซึ่งใช้ระยะเวลาถึง 2 ปี จนได้กล้าพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบที่ตรงตามแม่พันธุ์ที่ให้ผลผลิตลูกดก จำนวนทะลายเยอะ คงความอัตลักษณ์ในรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบนี้

มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบ GI จังหวัดราชบุรี
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดี คณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า การวิจัยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อครั้งนี้เป็นการขยายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบในสภาพปลอดเชื้อ ด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขยายพันธุ์ในอนาคต เริ่มต้นจากการคัดเลือกต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมที่ดี ได้แก่ น้ำและเนื้อมีรสชาติหวาน หอม จำนวนทะลายสูง จำนวนผลต่อทะลายพอเหมาะ ให้ผลสม่ำเสมอ ฯลฯ เมื่อได้ต้นพันธุ์แล้วนำตัวอย่างพืช (Explant) ของต้นดังกล่าวไปทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมในปริมาณมาก มีลักษณะตรงตามต้นพันธุ์ และปลอดโรค ให้ผลดก เป็นการส่งเสริมและสร้างรายได้ให้เกษตรกร

ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท โชว์ต้นกล้าจากเทคนิคเพาะเนื้อเยื่อมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบ จ.ราชบุรี

หลักการที่สำคัญของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของมะพร้าวน้ำหอม

ใช้เทคนิคปลอดเชื้อตัดเอาชิ้นส่วนของพืช (Explant) ที่ผ่านการฟอกฆ่าเชื้อแล้วมาเลี้ยงในขวดแก้วที่บรรจุ  

   อาหารวิทยาศาสตร์ซึ่งผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อมาเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเซลล์จากชิ้นส่วนต่างๆ ของมะพร้าวที่นำมาเลี้ยงได้รับแร่ธาตุ วิตามินสารควบคุมการเจริญเติบโต

    และน้ำตาล จากอาหารวิทยาศาสตร์ที่ใช้เลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ จะมีการเจริญเติบโตเป็นต้นโดยตรง

    หรือเกิดเป็นกลุ่มของเซลล์ที่เรียกว่าแคลลัส

เลี้ยงแคลลัสในสภาพที่มีแสง แคลลัสเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นโซมาติกเอ็มบริโอและเกิดยอดใหม่ที่

    มีสีเขียว ชักนำให้เกิดยอดและราก

- เมื่อต้นกล้ามียอดและรากที่สมบูรณ์จึงนำออกปลูก อนุบาลในโรงเรือน และนำออกปลูกในแปลงปลูก

   ต่อไป

ประโยชน์ในการขยายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมด้วยเนื้อเยื่อ

1.ได้ต้นแม่พันธุ์ที่เป็นพันธุ์ก้นจีบแท้ 100% ที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามต้นแม่พันธุ์ เช่น มีผลดก รสชาติหอมหวาน คงอัตลักษณ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบ

2.ลดอัตราความเสี่ยงของเกษตรกรในเรื่องพันธุ์ที่ไม่แท้ ไม่ต้องเสียเวลาในการรอคอยหลังจากปลูกเป็นเวลา 2-3 ปี

3.มะพร้าวที่เพาะพันธุ์ทางธรรมชาติมีอัตราการงอกของต้นพันธุ์ร้อยละ 50-55 

4.ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรที่มีความต้องการเพาะปลูกแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบที่มีปริมาณมากในท้องตลาด

5.ส่งเสริมภาคการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมให้มีการเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม

6.สร้างผลิตผลของมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบได้ตรงตามสายพันธุ์และได้คุณภาพด้านรสชาติที่ตรงตามความต้องการผู้บริโภคทั่วโลก

“ความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบเป็นครั้งแรกของประเทศไทยและครั้งแรกของโลก เนื่องจากว่ามะพร้าวน้ำหอมก้นจีบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ GI พิกัดทางภูมิศาสตร์ และก็ประเทศไทยมีพันธุ์ก้นจีบต่างประเทศไม่ใช่พันธุ์ก้นจีบ ซึ่งพันธุ์ก้นจีบเป็นพันธุ์ที่จังหวัดราชบุรีได้ยื่นขอจดทะเบียน GI พิกัดภูมิศาสตร์ มีลักษณะเฉพาะ มีความหอมและหวาน และก็ลักษณะที่ปลูกได้ดีในจังหวัดราชบุรี มีคุณภาพดีและเป็นพันธุ์ใช้สำหรับการส่งออก ปัจจุบันเราจะเพาะได้ 1 ลูกได้ 1 ต้น แต่ถ้าเกิดเราสามารถทำ 1 ลูกให้มีจำนวนมากขึ้น 1 : 1000 มันก็จะได้ทำให้ขยายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมได้มากขึ้น เหตุที่ต้องทำเพราะว่าประเทศที่ต้องการสินค้าตัวนี้ อย่างจีนหรือต่างประเทศก็ตาม ต้องการสูง ตอนนี้เราไม่มีมะพร้าวน้ำหอมที่มีคุณภาพดีทั้งหอมและหวาน ที่จะถูกต้องตรงสายพันธุ์ที่จะใช้ในการผลิต ดังนั้นพันธุ์เพาะเนื้อเยื่อจึงสามารถตอบโจทย์ทั้งในเชิงคุณภาพตรงตามคุณสมบัติคงอัตลักษณ์เดิมเอาไว้ได้ ช่วยลดต้นทุนและเวลา สามารถเพิ่มปริมาณได้ตามความต้องการของตลาดต่อไป”  ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท กล่าวเพิ่มเติม



และนอกจากนี้ในงานแถลงข่าว บริษัท เอ็นซี โคโคนัท จำกัด ได้เปิดตัวสินค้าใหม่เป็นนวัตกรรมสำหรับการดื่มน้ำมะพร้าวน้ำหอมจากลูกได้ง่ายขึ้น COCO BUCKET ไม่เฉาะ แค่เพียงเจาะ ก็ได้ความสด” ถือได้ว่าเป็นการเปิดหรือเฉาะลูกมะพร้าวที่ไม่ต้องพึ่งพามีดอีกต่อไป ทำให้ทุกๆ คนดื่มน้ำมะพร้าวแบบลูกสดๆ ได้ง่ายสะดวกสบายรับฤดูร้อนที่จะมาถึงในเร็ววันนี้



















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ต่อยอดความสำเร็จ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” เปิดตัวทีมนักแข่งปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผู้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เวทีการแข่งขันชิงสุดยอดเกษตรกรนักปลูกข้าวโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ส่งเสริมการทำเกษตรแม่นยำด้วยนวัตกรรมปฏิทินเพาะปลูก “ KAS Crop Calendar On LINE”  ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรก สู่การขยายผลในรูปแบบทีมพร้อมสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศ เตรียมลุ้นไปกับการขับเคี่ยวของทีมเกษตรกรผู้เข้ารอบทั้ง 4 ภาค ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพาะปลูกข้าวเชื่อมโยงกับพื้นที่แปลงนาของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลทำนา พร้อมกับวิธีการทำนาแบบรักษ์โลกและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย มาร่วมเฟ้นหาทีมผู้ชนะที่จะมาคว้าชัยในศึกแห่งผืนนา ที่สามารถใช้เทคนิคการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลายปีนี้ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์ กับดักระบบเกษตรไทยและคนรุ่นใหม่ว่า “ Young Farmer :New Engine to More Power ค...