ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วว.ถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องลดความชื้นข้าวกล้องงอกต้นแบบ ช่วยแก้ปัญหาลานตากข้าวเปลือกหลังการเก็บเกี่ยวไม่เพียงพอ เพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวว

 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  นำ วทน.แก้ปัญหาลานตากข้าวเปลือกไม่เพียงพอ / เพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแพร่  ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลงานวิจัยพัฒนาต่อยอด “เครื่องลดความชื้นข้าวกล้องงอกต้นแบบ” ที่มีประสิทธิภาพลดความชื้นข้าวเปลือกหลังการเก็บเกี่ยว จากความชื้นเริ่มต้น 23% ให้ลดลงเหลือ 14% โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อครั้ง พร้อมใช้แก๊ส LPG ขนาดถังบรรจุ 15 กิโลกรัม เป็นเชื้อเพลิง สามารถลดความชื้นข้าวเปลือกได้สูงสุด 2 ตัน/วัน

ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต  ผู้ว่าการ วว.  กล่าวว่า  ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกชาวนาจะเก็บเกี่ยวพร้อมๆ กัน  ส่งผลให้เกิดปัญหาไม่มีพื้นที่ตากข้าว ถึงแม้หน่วยงานราชการจะเข้ามาช่วยเหลือโดยการจัดหาพื้นที่ลานตากข้าวให้กับชาวนา เช่น ลานวัด โรงเรียน หรือหน่วยงานราชการ เป็นต้น ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวนา ทำให้ชาวนาบางรายต้องนำข้าวเปลือกมาตากเพื่อลดความชื้นบนถนนทางหลวง บางครั้งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต  ซึ่งเป็นคดีความให้เห็นอยู่เป็นประจำทุกๆ ปี  ด้วยตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหานี้  วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ  นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  (วทน.) ที่วิจัยและพัฒนาสำเร็จ คือ เครื่องลดความชื้นข้าวกล้องงอกต้นแบบ  เข้าไปช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว  โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวกล้องอินทรีย์บ้านนาไผ่  หมู่ที่ 13 ตำบลห้วยอ้อ  อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เน้นการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพสูง (Organic premium set) ได้แก่  ข้าวกล้องอินทรีย์หอมมะลิ ข้าวกล้องอินทรีย์ไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้องอินทรีย์หอม 3 สี และข้าวกล้องงอก เป็นต้น โดยทำการตลาดภายใต้ชื่อ บ้านไร่ต้นฝัน มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้สมาชิกผลิตข้าวอินทรีย์ และยกระดับจากมาตรฐานออร์แกนิคไทยแลนด์ เพื่อให้ได้ใบรับรอง IFOAM (โครงการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์)


“เครื่องลดความชื้นข้าวกล้องงอกต้นแบบ”  วว. พัฒนาต่อยอดจาก “เครื่องลดความชื้นข้าวเปลือกระดับเกษตรกร”  มีประสิทธิภาพในการลดความชื้นข้าวเปลือกได้หลากหลายสายพันธุ์มากขึ้น ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ 1.ถังบรรจุข้าวเปลือกออกแบบเป็นถังทรงกระบอกกลม สามารถบรรจุข้าวเปลือกได้สูงสุด 400 กิโลกรัม/ครั้ง พร้อมติดตั้งชุดใบกวนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความชื้น 2.ชุดจ่ายลมร้อน ออกแบบด้วยหลักการ Cyclone ช่วยให้มีการกระจายลมร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ ระบบให้ความร้อนด้วยแก๊ส LPG สามารถปรับตั้งอุณหภูมิในการลดความชื้นข้าวเปลือกได้ ตั้งแต่ 40-80 องศาเซลเซียส (ตามแต่ละชนิดของพันธุ์ข้าว) โดยสามารถลดความชื้นข้าวเปลือกหลังการเก็บเกี่ยว จากความชื้นเริ่มต้นประมาณ 23% ให้ลดลงเหลือ 14% ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อครั้ง เชื้อเพลิงจากแก๊ส LPG ขนาดถังบรรจุ 15 กิโลกรัม สามารถลดความชื้นข้าวเปลือกได้สูงสุด 2 ตัน/วัน

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรอินทรีย์แพร่





“...เครื่องลดความชื้นข้าวกล้องงอกต้นแบบ ที่ วว. นำไปช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรจังหวัดแพร่ และพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต อยู่ภายใต้การดำเนินงานที่มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่ภาคอุตสาหกรรม  วิสาหกิจชุมชน และผลักดันให้เกิดการนําไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม วว. ให้ความสำคัญและมีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร ที่จะเข้าไปรับโจทย์และตอบโจทย์ให้แก่ทุกๆ ท่าน เพื่อความเข้มแข็งของประเทศต่อไป” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ วว. โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009  อีเมล  tistr@tistr.or.th








ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ต่อยอดความสำเร็จ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” เปิดตัวทีมนักแข่งปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผู้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เวทีการแข่งขันชิงสุดยอดเกษตรกรนักปลูกข้าวโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ส่งเสริมการทำเกษตรแม่นยำด้วยนวัตกรรมปฏิทินเพาะปลูก “ KAS Crop Calendar On LINE”  ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรก สู่การขยายผลในรูปแบบทีมพร้อมสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศ เตรียมลุ้นไปกับการขับเคี่ยวของทีมเกษตรกรผู้เข้ารอบทั้ง 4 ภาค ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพาะปลูกข้าวเชื่อมโยงกับพื้นที่แปลงนาของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลทำนา พร้อมกับวิธีการทำนาแบบรักษ์โลกและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย มาร่วมเฟ้นหาทีมผู้ชนะที่จะมาคว้าชัยในศึกแห่งผืนนา ที่สามารถใช้เทคนิคการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลายปีนี้ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์ กับดักระบบเกษตรไทยและคนรุ่นใหม่ว่า “ Young Farmer :New Engine to More Power ค...