ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

งานมหกรรมในหลวงรักเรา​ "ภูมิพลังแผ่นดิน"พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯชวนเที่ยว​งาน 3-6​ ธันวาคมนี้

 


พลอากาศเอก เสนาะ  พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “การจัดงานมหกรรมในหลวงรักเรา “ภูมิพลังแผ่นดิน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2564 นี้เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร    มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดิน เพื่อการเกษตร พระองค์ท่านทรงตระหนักถึงปัญหาและความเสื่อมโทรมของดิน ไม่ว่าจะเป็นดินเปรี้ยว ดินเค็ม   ทำอย่างไรถึงจะคืนความอุดมสมบูรณ์สู่ “ผืนดิน” อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำการเกษตรเพื่อสร้างความมั่นคงด้านคลังอาหาร จึงเห็นได้ว่าโครงการพระราชดำริที่เกี่ยวกับการเกษตรกว่า 4,000 โครงการ ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ปรับปรุงดิน และด้านการเกษตร ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกลของพระองค์ทำให้ราษฎรได้มีความอยู่ดี กินดี มากยิ่งขึ้น”


ด้านนายอร่าม  แก้วนิล ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวเพิ่มเติมถึงนิทรรศการภายในงานว่า “ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้ามาร่วมเรียนรู้นิทรรศการผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ชื่อ “วิถีเกษตรไทย ภูมิใจในแผ่นดิน” นำเสนอเรื่องราว 6 วิถีแห่งการพึ่งพาตนเอง อาทิ  ดินดี เพราะจุลินทรีย์อุดม พันธุกรรมไทย กิน-ใช้ ได้ไม่รู้จบ สุขภาพดีวิถีไทยด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน แปรรูป เปลี่ยนร่าง สร้างมูลค่า ปล่อย ปั่น เผา อัด ประหยัดจริง ตลาดชุมชน บุคคลต้นแบบ นิทรรศการดินดี                 ด้วยจุลินทรีย์ กิจกรรมปั้นก้อนจุลินทรีย์ นำไปปรับปรุงดินที่บ้าน พร้อมนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ตามวิถีแห่งตน”.


นางสาวจุฑามาศ  ทองชมพูนุช ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวเพิ่มเติมถึงกิจกรรมภายในงาน “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ มีการเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ป่าดงพงไพร พิพิธภัณฑ์ดินดล พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา ภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ ทั้งยังสามารถรับชมทาง Virtual Museum ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมี              ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ที่เปิดให้ ชม ช้อป จุใจ เลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตผลเกษตรอินทรีย์มีคุณภาพ ทั้งของกิน ของใช้ ผลิตภัณฑ์ แปรรูป ไม้ดอก ไม้ผล กว่า 150 ร้านค้าโดยเกษตรกรผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต นำมาจัดจำหน่ายในราคามิตรภาพ”




นอกจากนี้ยังมีพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ร่วมแถลงข่าวพิธีเปิดงานผ่านทางออนไลน์ประกอบด้วย

คุณธวัชชัย กุณวงษ์ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.สกลนคร ผู้นำแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรพืชพรรณท้องถิ่นแห่งเทือกเขาภูพาน กล่าวว่า “ช่วงเดือนนี้ถือเป็นช่วงเดือนข้าวใหม่ ปลามัน เดือนการเฉลิมฉลอง ทางศูนย์ก็จะมีการนำ 3 ประเด็น เด่นๆ ไปฝากพี่น้องประชาชนในงาน ประเด็นแรกจะเป็นเรื่องพันธุกรรมพืช เช่น พันธุ์หมากเม่าท้องถิ่น ต้นคอนแคน มีความพิเศษคือดอกจะเหมือนหน่อไม้ฝรั่งกินยอดกินดอกได้ ตามด้วยผ้าคราม องค์ความรู้เรื่องการย้อมผ้า ส่วนสุดท้ายจะเป็นสมุนไพรในการสร้างภูมิคุ้มกัน และดูแลสุขภาพในช่วงนี้ ”




ด้านคุณเฉลิม พีรี เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.กำแพงเพชร “นักวิจัยไทบ้าน” เรียนรู้จากการ    ลงมือทำ ฝึกคิด ฝึกสังเกต จดบันทึกจนตกผลึกเป็นคัมภีร์วิชาเกษตร “ในงานครั้งนี้จะมีการแบ่งปัน พูดคุยเรื่องจุลินทรีย์ ให้พี่น้องได้ปั้นก้อนจุลินทรีย์ ตามด้วยน้ำหมักย่อยสลายจากฟางข้าว สอนขยายพันธุ์แบบควบแน่นและแบ่งปันพันธุกรรมพืช อาทิ ต้นโคคลานใบขน ต้นชัยโย พันธุ์ข้าวเปลือกข้าวหอมนาคาได้ไปปลูก ไปดูแลต่อที่บ้าน”

คุณมิติใหม่  จักรพล ผู้สืบทอดเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.นครราชสีมา คนรุ่นใหม่ผู้บูรณาการวิชาแพทย์แผนไทยและการเกษตรเข้าด้วยกัน เพื่อเปิดคลินิกใกล้บ้านดูแลคนในชุมชน เปิดเผยว่า “ในงานก็จะมีพันธุกรรมพืชสมุนไพร มีตำรับยา 5 ราก ยาบำรุงกำลัง และเคล็ดลับการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง”

คุณสมบัติ  วิสูตรพันธุ์ ภาคีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.ชัยนาท กล่าวปิดท้ายว่า “เราสามารถน้อมนำแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 การพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน เช่น “พลังงานแสงอาทิตย์” ซึ่งเป็นพลังงานจากธรรมชาติ ถ้าเราเข้าใจและใช้พลังงานให้ถูกตามภูมิประเทศจะช่วยลดต้นทุนได้ การเกษตร ถ้าทำถูกทางเราจะพบกับความสุขภายใน”

ด้านพลอากาศเอก เสนาะ กล่าวทิ้งท้าย “พลาดไม่ได้กับกิจกรรมพิเศษ วันที่ 5 ธันวาคม 2564            เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ  เวลา 08.00 น. ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์จำนวน 59 รูป เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เวลา 17.00 น. เพลิดเพลินกับตลาดยามเย็น และเวลา 19.19 น.         ร่วมพร้อมใจกันจุดเทียนมหามงคลสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมรับฟังบทเพลงเพื่อพ่อ และรับฟังเสียงขลุ่ยบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยอาจารย์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี คุณขวัญข้าว ธิดารินทร์ และคุณศิรินทรา นิยากร และเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา ตลอดทั้งวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย




นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ เก็บเกี่ยวองค์ความรู้ด้านการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงจัดหนักจัดเต็มตลอด 4 วัน กว่า 16 หลักสูตร ในรูปแบบ Onsite จำกัดผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 30 คนต่อวิชา เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19               และสามารถรับชมการถ่ายทอดสด ได้ทาง Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ

โดยการจัดงานในครั้งนี้ยังคงคุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 อย่างเคร่งครัด หรือสามารถรับชมบรรยากาศภายในงานผ่านรูปแบบออนไลน์ได้ทาง Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ตลอดทั้ง 4 วัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171, คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ




ความคิดเห็น

  1. Lucky Club Casino Site & Bonus - SlotsUp
    › Casino › Casino Lucky Club Casino Site & 카지노사이트luckclub Bonus · All the latest online casino games for Canadian players · Slots games available on Lucky Club Casino · VIP Club

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ต่อยอดความสำเร็จ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” เปิดตัวทีมนักแข่งปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผู้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เวทีการแข่งขันชิงสุดยอดเกษตรกรนักปลูกข้าวโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ส่งเสริมการทำเกษตรแม่นยำด้วยนวัตกรรมปฏิทินเพาะปลูก “ KAS Crop Calendar On LINE”  ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรก สู่การขยายผลในรูปแบบทีมพร้อมสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศ เตรียมลุ้นไปกับการขับเคี่ยวของทีมเกษตรกรผู้เข้ารอบทั้ง 4 ภาค ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพาะปลูกข้าวเชื่อมโยงกับพื้นที่แปลงนาของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลทำนา พร้อมกับวิธีการทำนาแบบรักษ์โลกและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย มาร่วมเฟ้นหาทีมผู้ชนะที่จะมาคว้าชัยในศึกแห่งผืนนา ที่สามารถใช้เทคนิคการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลายปีนี้ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์ กับดักระบบเกษตรไทยและคนรุ่นใหม่ว่า “ Young Farmer :New Engine to More Power ค...