ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร"ส่งเสริมอาชีพ ด้านปศุสัตว์ หวังสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ

 


"ประภัตร" หนุน เกษตรฯจับมือ ธ.ก.ส. ลงนามMOU ดัน"โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร"ส่งเสริมอาชีพ ด้านปศุสัตว์ หวังสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

8 ธันวาคม 2564 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ โครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร ระหว่างกรมปศุสัตว์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) โดยมีนายสัตวแพทย์สรวิศ  ธานีโต อธิบดี กรมปศุสัตว์ นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส ) สำนักงานใหญ่ เข้าร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ และมีนายนายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคาร ธกส. นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีเป็นสักขีพยานในการลงนามในครั้งนี้ด้วย


ทั้งนี้ประภัตร เปิดเผยว่าการลงนามในครั้งนีถือเป็นทิศทางที่ดี ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับธกส. ร่วมกันทำ โครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาน้ำท่วม แล้ง โควิด - 19 มาอย่างต่อเนื่องดังนั้นการเข้าถึงเเหล่งเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญซึ่งการทำเกษตรด้านปศุสัตว์ ใช้เวลาสั้น ใช้น้ำน้อย ได้รับผลตอบแทนเร็ว ถือเป็นทางออกของวิกฤตต่างๆ  โดย ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นและกำชับมายังกระทรวงเกษตรฯ ให้เร่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร จึงได้เกิด"โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร"ขึ้นมา เพื่อเป็นโครงการเงินกู้ตั้งต้นอาชีพ หรือลงทุน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งประชาสัมพันธ์โครงการ สร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกร ให้ความรู้เกษตรกรในการประกอบอาชีพเกษตร ตลอดจนการรวมกลุ่มหาตลาดรับซื้อผลผลิต และการประกอบอาชีพเกษตร ตลอดจนสนับสนุนด้านต่างๆ ครบวงจรต่อไป



อย่างไรก็ตาม"โครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร" ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นโครงการที่กรมปศุสัตว์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้งานทำร่วมกัน ในการผลักดันโครงการเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 โดยจะสนับสนุนเงินกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการประกอบอาชีพ ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร และหรือ ลูกหลานของเกษตรกร ด้านปศุสัตว์ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือกับ ธ.ก.ส ปล่อยสินเชื่อให้เป็นทุนหมุนเวียนแก่เกษตรกร สำหรับใช้ประกอบอาชีพการเกษตรด้านปศุสัตว์ เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับ มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต ให้สามารถสร้างรายได้ในระยะสั้น 4-6 เดือน ซึ่งจะ มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งธ.ก.ส. ได้รับการอนุมัติวงเงินกว่า 30,000 ล้านบาท

โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2564 - วันที่ 31 มีนาคม 2567 ปล่อยกู้เป็นรายบุคคล หนี้เสียสามารถกู้ได้  สามารถใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ โดยจะปล่อยกู้สูงสุดรายละ 100,000 บาท/1-3 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 และปีที่ 4 - 5 ดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร 

ขณะที่นายสัตวแพทย์สรวิศ  ธานีโต  อธิบดีกรมปศุสัตว์  กล่าวว่า  กรมปศุสัตว์ พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้  ให้คำแนะนำ และให้บริการในด้านการเลี้ยงสัตว์ การควบคุมป้องกันโรคสัตว์  การดูแลสุขภาพสัตว์ การควบคุมมาตรฐานฟาร์ม  การควบคุมการใช้สารต้องห้ามตามกฎหมาย  โดยตะมีการจัดทำฐานข้อมูล  การเคลื่อนย้ายสัตว์ การแปรรูป  งานการตลาด  และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานงานและให้การสนับสนุน ตลอดห่วงโซ่การผลิตและการตลาด  เกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  สำนักงานปศุสัตว์ใกล้บ้านท่าน  หรือที่ ธนาคาร ธ.ก.ส 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...