ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ขอรับรองพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง เป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก

 


เกษตรฯ เตรียมความพร้อมรับคณะกรรมการ GIAHS เพื่อขอรับรองพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง เป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เพื่อขอรับรองเป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก (Globally Important Agricultural Heritage System หรือ GIAHS) ผ่านระบบ Zoom Meetingภายหลังจากนำคณะลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมี นายธนวรรษ เทียนสิน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) และผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ FAO/IFAD/WFP ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงโรม นายณฤทธิ์ บุญชัย เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง นายเชิดศักดิ์ เกื้อรักษ์ ที่ปรึกษา EU ประจำประเทศไทย และเลขาธิการมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย นางสาวนวรัตน์ เฉลิมเผ่า ผู้ช่วยผู้แทนเอฟเอโอประจำประเทศไทย (ฝ่ายโครงการ) สำนักงานเอฟเอโอประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นายกฤษณ์ หาญสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มความร่วมมือกับต่างประเทศ 1 สำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมฯ



นายระพีภัทร์  เปิดเผยว่าการประชุมในครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการขอรับรองระบบการเลี้ยงควายปลักในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เพื่อขอรับรองเป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก (GIAHS)โดยที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการขอรับรองระบบการเลี้ยงควายปลักในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ให้เป็นมรดกทางการเกษตรโลก ซึ่งขณะนี้ ฝ่ายเลขานุการ GIAHS อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อเสนอของไทย โดยจะจัดส่งข้อมูลต่อคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ (SAG) ชุดใหม่ของ GIAHS และจะมีการแต่งตั้งแล้วเสร็จในปี 2564 ดังนั้น เพื่อจัดการและประสานงานข้อมูลทางวิชาการที่จำเป็น สำหรับเอกสารข้อเสนอ และการชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการ GIAHS เป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็ว และเพื่อให้ได้รับการรับรองเป็นมรดกทางการเกษตรโลกโดยเร็วที่สุด ที่ประชุมฯ จึงได้มีมติให้แต่งตั้งคณะทำงาน
ด้านวิชาการเพื่อติดตามและปรับปรุงเอกสารข้อเสนอระบบการเลี้ยงควายปลักในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย โดยมีอำนาจหน้าที่ติดตาม ปรับปรุงเอกสารข้อเสนอระบบการเลี้ยงควายปลักในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย และจัดสรรข้อมูลและสารสนเทศเพิ่มเติม ตามที่คณะกรรมการตรวจประเมินของฝ่ายเลขาฯ GIAHS กำหนด เพื่อให้ได้รับการรับรองเป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก


นอกจากนี้รองปลัดฯ กษ. ได้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบในพื้นที่จัดเตรียมแผนงาน โครงการ และงบประมาณ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับรองเป็นพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง พิจารณาจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อรองรับการดำเนินงานดังกล่าว โดยเน้นการมีส่วนร่วมในพื้นที่ และให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ในประเด็นผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับหลังจากพื้นที่ได้รับการรับรอง ทั้งนี้ ในด้านการท่องเที่ยว เลขาธิการมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ได้รายงานว่า พื้นที่ที่ประเทศไทยเสนอขอรับการรับรองเป็นมรดกทางการเกษตรโลก เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแผนขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร อีกทั้ง สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม แจ้งว่า ฝ่ายเลขานุการ GIAHS อยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอโครงการฝึกอบรม National Webinar on GIAHS สำหรับประเทศไทย คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2565 เพื่อสร้างการรับรู้ในเรื่องมรดกทางการเกษตรโลกและเตรียมความพร้อมขอรับการรับรองในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย ต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ต่อยอดความสำเร็จ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” เปิดตัวทีมนักแข่งปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผู้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เวทีการแข่งขันชิงสุดยอดเกษตรกรนักปลูกข้าวโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ส่งเสริมการทำเกษตรแม่นยำด้วยนวัตกรรมปฏิทินเพาะปลูก “ KAS Crop Calendar On LINE”  ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรก สู่การขยายผลในรูปแบบทีมพร้อมสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศ เตรียมลุ้นไปกับการขับเคี่ยวของทีมเกษตรกรผู้เข้ารอบทั้ง 4 ภาค ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพาะปลูกข้าวเชื่อมโยงกับพื้นที่แปลงนาของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลทำนา พร้อมกับวิธีการทำนาแบบรักษ์โลกและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย มาร่วมเฟ้นหาทีมผู้ชนะที่จะมาคว้าชัยในศึกแห่งผืนนา ที่สามารถใช้เทคนิคการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลายปีนี้ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์ กับดักระบบเกษตรไทยและคนรุ่นใหม่ว่า “ Young Farmer :New Engine to More Power ค...