ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พัฒนาแพลตฟอร์ม NQI มุ่งส่งเสริมศักยภาพ พัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง

 


กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง (ศทร.) ร่วมกับ China Railway Construction Cooperation International Limited (CRCCI) และ Southwest Jiaotong University (SWJTU) หารือกำหนดกรอบการจัดทำความร่วมมือ 3 ฝ่าย ในการส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของประเทศไทย เพื่อรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน  ภายใต้สัญญา 3-3 และ 3-5 พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม NQI ที่สามารถใช้ร่วมกันได้ในระดับนานาชาติ สนับสนุนการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟ 3 ฝ่าย ประเทศไทย-ลาว-จีน


โดยเมื่อเร็วๆ นี้  ดร.อาณัติ    หาทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง  วว. พร้อมด้วย นายภณสินธุ์  ไพทีกุล ผู้อำนวยการ ห้องปฏิบัติการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีขนส่งทางรางและยานยนต์ขนส่ง ศทร. วว. และคณะนักวิชาการ  ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบ Video Conference กับคณะผู้แทน China Railway Construction Cooperation International Limited (CRCCI) ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมชั้นนำของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน  นำโดย Mr. Zheng Tianli รองหัวหน้าแผนกวิศวกรรมและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพร้อมคณะ รวมทั้งคณะผู้แทนจาก Southwest Jiaotong University (SWJTU) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย Mr. Wang   Jian รองประธานและหัวหน้าแผนกวิศวกรรม สถาบันเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในการขนส่งประจำ SWJTU และคณะ ร่วมหารือกรอบข้อตกลงความร่วมมือ 3 ฝ่าย สำหรับการส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง ภายใต้สัญญางานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ 3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง และที่ 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ในด้านงานทาง (Track work) ระบบจ่ายไฟฟ้า (Electrification) และงานซ่อมบำรุง (Maintenance) ของรถไฟความเร็วสูง


ดร.อาณัติ   หาทรัพย์   กล่าวว่า  รายละเอียดของสัญญาความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้  จะมีเนื้อหาครอบคลุมถึงการทดสอบและรับรอง (Testing and Certification) การจัดทำร่างมาตรฐาน (Standardization) งานวิจัยและพัฒนา (Research  and Development) และงานด้านการอบรม (Training) นอกจากนี้ CRCCI และ SWJTU ยังได้เสนอความร่วมมือในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National  Quality Infrastructure หรือ NQI) ด้านระบบราง โดยมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐาน การทดสอบรับรอง การวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ต่างๆ ผ่านการเชื่อมต่อและขนส่งด้วยรถไฟความเร็วสูง โดยจะทำการพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์ม NQI ที่สามารถใช้ร่วมกันได้ในระดับนานาชาติ  เบื้องต้นทั้ง 3 ฝ่ายจะเสนอให้ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในประเทศไทย ลาว และจีน มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิง เวียงจันทร์และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีระบบการใช้งานและบริหารจัดการที่สอดคล้องกัน


“...ทั้งนี้  3 หน่วยงาน จะมีการประชุมทางไกลร่วมกันอีกครั้ง เพื่อพิจารณารายละเอียดเชิงลึกในด้านต่างๆ ความร่วมมือด้านระบบรางและรถไฟความเร็วสูงร่วมกับหน่วยงานจากประเทศจีนที่จะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมนั้น ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง  วว. จะมุ่งเน้นสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านระบบราง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยเป็นที่ตั้ง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัยของประชาชนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม...” ดร.อาณัติ หาทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง วว. กล่าวสรุป





ทั้งนี้ China  Railway Construction  Cooperation International  Limited หรือ CRCCI เป็นรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ของประเทศจีน ประกอบกิจการก่อสร้าง ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ ทดสอบและรับรองงานด้านระบบราง ทั้งภายในและภายนอกประเทศจีน เป็นบริษัทผู้ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงรายแรกของประเทศจีน  ครองสัดส่วนของการก่อสร้างและผลิตชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ในงานด้านระบบรางกว่า 50% ของตลาดภายในประเทศจีน รวมทั้งยังเป็นบริษัทที่ดำเนินงานก่อสร้าง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางรถไฟหลายสายในประเทศไทย เช่น เส้นทางรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา  เส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและเส้นทางรถไฟทางคู่อีกหลายสายภายในประเทศไทย ในส่วนของ Southwest Jiaotong University หรือ SWJTU เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศจีนในด้านวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานด้านระบบราง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง  วว. ได้ที่ โทร.0 2577 9000, 02577 9143 ต่อ 201 และ 304 E-mail : patcharee_a@tistr.or.th  https://www.tistr.or.th/rttc/  Facebook Page : https://www.facebook.com/RTTC.TISTR


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...