ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วช.หนุนทีมวิจัย ม.เกษตร ถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปกล้วยเพิ่มมูลค่า ช่วยแก้ปัญหากล้วยล้นตลาด พร้อมต่อยอดขยายผลสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน*

 



ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.ได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน ผ่านกลไกรูปแบบการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  จึงสนับสนุนทุนวิจัยภายใต้โครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์ ประจําปี 2562 ให้กับโครงการ “ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ คุกกี้กล้วยและขนมกล้วยกึ่งสําเร็จรูปในพื้นที่ตําบลคลองนกกระทุง อําเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม”  โดยมี “นางจันทร์เพ็ญ แสงประกาย” จากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ  เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากเจ้าของผลงานวิจัยโดยตรง เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดขยายผล สร้างอาชีพและรายได้กับชุมชน



นางจันทร์เพ็ญ แสงประกาย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เนื่องจากชาวตำบลคลองนกกระทุง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมประสบปัญหาเรื่องกล้วยล้นตลาด  องค์การบริหารส่วนตำบลคลองนกกระทุงฯ  จึงประสานงานกับคณะวิจัยฯ เพื่อนำองค์ความรู้ไปช่วยแปรรูปกล้วยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นและมีอายุการเก็บนานขึ้น  ซึ่งเมื่อคณะทำงานเข้าไปสำรวจชุมชนดังกล่าวพบว่า เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่ม ติดกับแม่น้ำท่าจีนและลำคลองสาขาหลายสาย ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน มีผลผลิตจำพวกพืชไร่ไม้ผลออกจำหน่าย ชุมชนสามารถปลูกกล้วยได้ผลผลิตสูง ทำให้เกิดปัญหากล้วยล้นตลาดในช่วงที่ความต้องการของตลาดต่ำ 


ทางคณะผู้วิจัยทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดทำโครงการเรื่อง “การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ คุกกี้กล้วยและขนมกล้วยกึ่งสําเร็จรูปในพื้นที่ตําบลคลองนกกระทุง อําเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม” เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนในตำบลคลองนกกระทุง สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากคณะผู้วิจัยที่เป็นเจ้าของผลงานวิจัยโดยตรง และสามารถนำไปต่อยอดขยายผลเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชน




โดยคณะผู้วิจัยคัดเลือกองค์ความรู้จากงานวิจัยและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาถ่ายทอดให้แก่ชาวชุมชน  2 ผลงาน คือ  1.ผลิตภัณฑ์คุกกี้กล้วยที่ไม่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับการจดอนุสิทธิบัตร เมื่อปี 2558  และ  2.ผลิตภัณฑ์ขนมกล้วยผงกึ่งสำเร็จรูป  ซึ่งเป็นผลงานจากงานวิจัยที่ได้รับทุนจาก วช. เมื่อปีงบประมาณ 2552  ผลงานผลิตภัณฑ์จากกล้วยทั้ง 2 ผลงานนี้เป็นการผลิตที่ใช้อุปกรณ์ เครื่องมือและเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กล้วยในรูปแบบใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด และช่วยแก้ปัญหาเมื่อเกิดภาวะกล้วยล้นตลาดภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถทำการผลิตเพื่อจำหน่ายในระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัดได้ 

สำหรับเครื่องมืออื่น ๆ ที่เข้าไปสนับสนุนชุมชนได้แก่ เครื่องตีผสมอาหาร เครื่องปั่นแห้งรอบความเร็วสูงสำหรับบดแป้งกล้วย ตู้อบลมร้อน  เตาอบแก๊สควบคุมด้วยไฟฟ้า เครื่องซีลภาชนะบรรจุอาหาร นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังได้จัดทำคู่มือเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ผลิตภัณฑ์คุกกี้กล้วยและขนมกล้วยกึ่งสำเร็จรูป โดยอธิบายกรรมวิธีการทำในแต่ละขั้นตอน จนได้เป็นผลิตภัณฑ์คุกกี้กล้วย และผลิตภัณฑ์ ขนมกล้วยกึ่งสำเร็จรูปที่ถูกสุขลักษณะ มีคุณค่าทางโภชนาการบรรจุอยู่ในซองอะลูมิเนียมฟอยล์พร้อมบริโภค


นางจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า โครงการนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คณะวิจัยมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการผลิตอาหาร และแปรรูปอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น อีกทั้งยังคงคุณสมบัติทางโภชนาการของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี ผลงานวิจัยที่นำมาถ่ายทอดในโครงการ ทั้ง ผลิตภัณฑ์คุกกี้กล้วย และผลิตภัณฑ์ขนมกล้วยผงกึ่งสำเร็จรูป  ถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีวางจำหน่ายมาก่อน และเป็นเทคนิคที่ชาวบ้านสามารถผลิตได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีอายุการเก็บรักษาได้นาน
 
คณะผู้วิจัย คาดหวังว่าชาวชุมชนจะสามารถนำความรู้ ทักษะที่เรียนและการฝึกอบรมปฏิบัติไปใช้ในการแปรรูปกล้วยน้ำว้าให้เป็นผลิตภัณฑ์ประจำชุมชน เพื่อสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงต่อไป



 





 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ต่อยอดความสำเร็จ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” เปิดตัวทีมนักแข่งปลูกข้าวรักษ์โลก มุ่งขยายเครือข่าย Smart Farmer

สยามคูโบต้า และ กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผู้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เวทีการแข่งขันชิงสุดยอดเกษตรกรนักปลูกข้าวโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ส่งเสริมการทำเกษตรแม่นยำด้วยนวัตกรรมปฏิทินเพาะปลูก “ KAS Crop Calendar On LINE”  ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรก สู่การขยายผลในรูปแบบทีมพร้อมสร้างเครือข่าย Smart Farmer ทั่วประเทศ เตรียมลุ้นไปกับการขับเคี่ยวของทีมเกษตรกรผู้เข้ารอบทั้ง 4 ภาค ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพาะปลูกข้าวเชื่อมโยงกับพื้นที่แปลงนาของตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมแปลงจนถึงเก็บเกี่ยวตลอดฤดูกาลทำนา พร้อมกับวิธีการทำนาแบบรักษ์โลกและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย มาร่วมเฟ้นหาทีมผู้ชนะที่จะมาคว้าชัยในศึกแห่งผืนนา ที่สามารถใช้เทคนิคการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลายปีนี้ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงบทวิเคราะห์ กับดักระบบเกษตรไทยและคนรุ่นใหม่ว่า “ Young Farmer :New Engine to More Power ค...