ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ศูนย์เกษตรวิถีเมือง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้พื้นที่ปลูกพืชในเมือง และการใช้ประโยชน์จากแอลกอฮอล์


 

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมฝึกอบรมการการถ่ายทอดองค์ความรู้พื้นที่ปลูกพืชในเมือง และการใช้ประโยชน์จากแอลกอฮอล์ ในงานวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 63 ปี 63 ปี วช. มุ่งสู่สังคมอุดมปัญญา พัฒนาไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 25 - 28 ตุลาคม 2565 ณ ศูนย์เกษตรวิถีเมือง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีในการเพาะปลูกพืชอาหารที่ไม่ซับซ้อน สามารถหาซื้อหรือดัดแปลงได้โดยง่าย รวมถึงสอนการเพิ่มมูลค่าจากขยะที่ไม่ใช้แล้ว โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมฯ



ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 63 ปี เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ต่อสาธารณชน และเพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน วช. จึงเปิดศูนย์เกษตรวิถีเมือง ซึ่งโครงการในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาพื้นที่ตั้งเดิม ภายในพื้นที่ วช. ให้เกิดประโยชน์และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อใช้ในการทดลอง รวบรวม และสาธิต การใช้ประโยชน์นวัตกรรมและองค์ความรู้ในการเพาะปลูกพืชอาหาร โดยโครงการได้มีการดัดแปลงพื้นที่รกร้าง ปรับเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์ด้วยการออกแบบดัดแปลงพื้นที่ดั้งเดิมภายในโครงการด้วยแนวคิด Adaptive Reuse ซึ่งเป็นการใช้อุปกรณ์การเพาะปลูกที่ไม่ซับซ้อน สามารถหาซื้อหรือดัดแปลงได้โดยง่าย รวมถึงเพื่อแสดงถึงแนวคิดที่สามารถปรับใช้ได้จริงกับพื้นที่รกร้างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ โครงการยังได้รับการสนับสนุนวัสดุก่อสร้างบางส่วนจาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่ได้คัดสรรวัสดุที่เกิดจากแนวคิดการนำกลับมาใช้ และการเพิ่มมูลค่าจากขยะอุตสาหกรรม Recycle Upcycle อาทิเช่น อิฐบล็อก จากขยะโรงไฟฟ้าฯ ยางมะตอยพื้นถนนจากพลาสติกเหลือใช้ รวมถึงนวัตกรรมทางด้านการประหยัดพลังงานด้วยการใช้พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเหมาะสม เพื่อเป็นตัวอย่างในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานด้วยนวัตกรรมพลังงานสะอาด ตลอดจนการศึกษาและคัดสรรพันธุ์พืชอาหาร ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศในเมือง 





ทั้งนี้ ภายในศูนย์เกษตรวิถีเมือง ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากโครงการปลูกผักในเมือง โดย คุณนฤพนธ์ น้อยประสาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, การฝึกอบรมเรื่อง “เชื้อเพลิงก้อนจากแอลกอฮอล์ง่ายนิดเดียว”โดย คุณสิริธรรม สิงโต ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (ศคช.) วว”, การสาธิตการจัดสวนสวยในขวดแก้ว โดย ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) วว., การ Workshop นักปรุงน้ำหอมมือใหม่ และการ D.I.Y สเปรย์แอลกอฮอล์กลิ่นสมุนไพรไทย, การอบรมพื้นฐานการปลูกผักในดินและการประยุกต์สู่การปลูกผักในเมือง โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) วว. 




การปรับปรุงอาคารให้เหมาะสมกับการปลูกพืชในเมือง โดย คุณมนสินี อรรถวานิช พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ,การปลูกไม้ผลในกระถางเพื่อควบคุมขนาดทรงพุ่มและยังให้ผลตามปกติ โดย คุณรัฐพล ฉัตรบรรยงค์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, และการอบรมระบบบำบัดน้ำเสียชนิดบึงประดิษฐ์ สำหรับบ้านพักอาศัย และการปรุงดินและปลูกผักสลัดในกระถาง โดย ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการโรงกลั่นแอลกอฮอล์ อีกด้วย

















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...