ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สวนสามพราน-มูลนิธิสังคมสุขใจ จัดงานครบรอบ 9  ปี ตลาดสุขใจ
พร้อมเริ่มเปิดตลาดสุขใจวันธรรมดา ตั้งแต่ 11  พฤศจิกายน เป็นต้นไป
เผย 9 ปี สร้างเงินหมุนเวียนเป็นรายได้เกษตรกรอินทรีย์และชุมชนมากกว่า 214 ล้านบาท


 

ตลาดสุขใจ ในสวนสามพราน ภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงาน “ครบรอบ 9 ปี ตลาดสุขใจ” พร้อมเปิดแนวคิดการยกระดับตลาดสะท้อนการรวมกลุ่มของเกษตรกรอินทรีย์อย่างเข้มแข็งภายใต้ระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม (PGS) การบริหารจัดการตลาดอย่างมีระบบและมีส่วนร่วม และสะท้อนการเติบโตของสังคมอินทรีย์ โดยเฉพาะความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการวัตถุดิบอินทรีย์และการเรียนรู้มากขึ้น รวมถึงสะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการ องค์กร ที่ต้องการมาเรียนรู้วิถีการดำเนินธุรกิจเกื้อกูลสังคม หรือสามพรานโมเดล ที่มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของสวนสามพราน ที่นำไปสู่การเปิดตลาดสุขใจ การขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง  รวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Thai Organic Platform เชื่อมโยงห่วงโซ่


ในงานครบรอบ 9  ปี ตลาดสุขใจ ที่จัดขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์และราษฎรอาวุโส มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานมูลนิธิสังคมสุขใจ รายงานถึงความเป็นมาและก้าวสำคัญของตลาดสุขใจ

 นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เปิดเผยว่า ตลาดสุขใจเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2553 จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 9 ปีแล้ว มีจำนวนผู้บริโภคมาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดสุขใจมากขึ้นทุกปี  โดยรวมระยะเวลา 9 ปี จำนวนกว่า 833,000 คน สร้างรายได้ให้เกษตรกรอินทรีย์  ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 16 กลุ่ม 180 ครอบครัว และชุมชนที่ได้เปิดพื้นที่เข้ามาจำหน่ายอาหารอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินหมุนเวียนในตลาดและเป็นรายได้ตรงถึงเกษตรกรอินทรีย์และชุมชนตลอดระยะเวลา 9 ปี รวมมูลค่าประมาณ 214  ล้านบาท


เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ยังได้เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดสุขใจ ในปี 2562 ซึ่งมีการปรับพื้นที่ตลาดสุขใจใหม่ และดำเนินการจนเสร็จสมบูรณ์แล้วว่า นอกจากการปรับพื้นที่แล้ว ในส่วนคุณภาพมีการยกระดับความเป็นอินทรีย์ และการจัดพื้นที่เพื่อสะท้อนการทำงานร่วมกันของกลุ่มเกษตรกรภายใต้ระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม  



เราปรับพื้นที่บริเวณตลาดสุขใจใหม่ ให้เชื่อมโยงกับโซน Patom Organic Village และกิจกรรมในสวนสามพราน ซึ่งมีการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เพื่อให้ทุกคนเห็นความเชื่อมโยงของเส้นทางวัตถุดิบและอาหารตั้งแต่ต้นทางการผลิต การแปรรูป และมาสู่ผู้บริโภคที่ตลาดสุขใจ โดยจากการปรับปรุงนี้ทำให้ผู้บริโภค ได้รับความสะดวกในการซื้อสินค้า รวมถึงได้เห็นการขับเคลื่อนเกษตรกรอินทรีย์ ที่แต่ละร้านจะมีป้ายชื่อกลุ่มเกษตรกร รวมถึงใบประกาศข้อตกลงร่วม (PGS) ของทั้งตลาดสุขใจและของกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนร้านค้าทั้งสิ้นจำนวน 53 ร้าน และมีการกำหนดให้อาหารที่จำหน่ายในตลาดให้มีวัตถุดิบอินทรีย์อย่างน้อย 70% ขึ้นไป”


  
ตลาดสุขใจยังมีนโยบาย  Go Green มีการจัดการขยะอย่างครบวงจร และงดการใช้ถุงหิ้วพลาสติก หลอดพลาสติก ขวดพลาสติก พร้อมส่งเสริมให้ผู้บริโภคนำถุงผ้า ตะกร้า มาช้อปด้วย โดยตลาดสุขใจเปิดทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 8.300 – 16.00 น. อย่างไรก็ตาม ในโอกาสครบรอบ 9 ปี และจากความต้องการผลผลิตอินทรีย์ของตลาดที่มีมากขึ้น นายอรุษ นวราช เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จะมีการเปิดตลาดสุขใจในวันธรรมดาด้วย เริ่มตั้งแต่วันที่ 11  พฤศจิกายน เป็นต้นไป โดยในช่วงแรก จะเป็นการเปิดในส่วนของศูนย์อาหาร ส่วนขนม ของฝาก เสื้อผ้า และผลผลิตของกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ที่มีความพร้อม และร้านวิสาหกิจเพื่อสังคมสุขใจออร์แกนิก โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลาเวลา 10.000 – 16.00 น.

ทั้งนี้ยังมีการเปิดร้านจำหน่ายสินค้า Patom Shop บริเวณตลาดสุขใจ เพื่อให้ผู้บริโภค และนักท่องเที่ยว ได้มีแหล่งซื้อผลิตภัณฑ์และขนมของฝาก ที่ใช้วัตถุดิบอินทรีย์จากการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ที่มีการลงพื้นที่ไปทำงานและวางแผนร่วมกับเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและการจัดการผลผลิตให้เกษตรกร รวมถึงยกระดับคุณค่า ประโยชน์ ของพืชผักสมุนไพรอินทรีย์ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น 


ซึ่งผู้บริโภคสามารถติดตามข่าวสารความคืบหน้า รายละเอียดเกี่ยวกับตลาดสุขใจ หรือติดต่อเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล ธุรกิจเกื้อกูลสังคม และการเปิดตลาดสุขใจวันธรรมดาได้ทาง Facebook ตลาดสุขใจ







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

ใบหมี่ พืชสมุนไพรเพื่อผมสวย

  ช่วงนี้พืชสมุนไพรไทยพาเหรดกั นเข้ามาชิงพื้นที่ข่าวกันอย่ างคึกคัก อย่าง ขิง กระชายขาว ฟ้าทะลายโจร ที่นำทีมป้องกันกับโรคระบาดโควิ ด-19 ที่นับวันจะกระจายเชื้อเพิ่มขึ้ นเรื่อยๆ ส่งผลให้ตลาดพืชสมุ นไพรในหมวดอาหารได้รับความนิ ยมเพิ่มขึ้นไปด้วย  นอกจากจากพืชสมุ นไพรหมวดอาหารแล้วพืชสมุนไพรด้ านสุขภาพและความงามก็ได้รั บความนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นเดี ยวกัน อย่าง ใบหมี่ พืชสมุนไพรพื้นบ้านที่นำมาผลิ ตเป็นแชมพู ครีมนวด เซรั่ม รวมถึงครีมบำรุงเส้นผม ด้วย นายไชยกร นิธิคณาวุฒิ ประธานกรรมการบริษัทจินดาสมุ นไพร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากใบหมี่ ภายใต้แบรนด์ จินดาสมุนไพร กล่าวว่า จากกระแสพืชสมุนไพรที่ได้รั บความนิยมมากขึ้นในขณะนี้ ทำให้สมุนไพรเพื่อสุ ขภาพและความงามได้รับความนิ ยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ ช่วยดูแล บำรุง รักษา อย่างผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ช่ วงนี้ทุกคนต้องดูแลสุขภาพทั้ งภายนอกและภายในร่างกายให้ดี  กลับถึงบ้านต้องทำความสะอาดเส้ นผม การเลือกผลิตภัณฑ์จากพืชพันธุ์ ธรรมชาติก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นพิ เศษ ต้นหมี่ จินดาสมุนไพร เป็นผลิตภัณฑ์เ...