ITRC เผยสถานการณ์ยาง หลัง 3
ประเทศลดการส่งออกสำเร็จ พร้อมแจงปัจจัยราคา ทางแก้โรคใบร่วง
ผู้แทนจากประเทศสมาชิกสภาไตรภาคียางพารา (International
Tripartite Rubber Council : ITRC) เผยผลวิเคราะห์สถานการณ์ยางพารา
หลังดำเนินมาตรการลดการส่งออกสำเร็จ ทั้ง 3 ประเทศ พร้อมแจงปัจจัยที่มีผลต่อราคายาง
และการแพร่ระบาดของโรคเชื้อราชนิดใหม่ ส่งผลให้ผลผลิตยางลดลง
นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล
รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า ประเทศสมาชิกสภาไตรภาคียางพารา
ประกอบด้วย ประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ดำเนินมาตรการลดการส่งออก (Agreed
Export Tonnage Scheme: AETS) ครั้งที่ 6
ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562
จนปัจจุบันเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทุกประเทศได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วน รวมทั้ง 3
ประเทศ สามารถลดปริมาณส่งออกลงได้ 441,648 MT ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่กำหนดคือ
240,000 MT และไม่ส่งผลให้จำนวนสต็อกคงค้างของ 3 ประเทศเพิ่มแต่อย่างใด
การส่งออกช่วงครึ่งปีแรกในปี 2562 ของทั้ง 3 ประเทศ
ลดลงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 492,000 MT (10.60%) ในขณะที่จำนวนการส่งออกยางธรรมชาติของประเทศอื่นๆ
โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ไอโวรี่โคต และกัมพูชา มีการส่งออกเพิ่มขึ้นเพียง 106,000
MT (11.56%) ทั้งนี้
มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศสมาชิกสภาไตรภาคียางพารา
จะมียอดการส่งออกลดลงในปีนี้ประมาณ 800,000 MT ซึ่งสอดคล้องกับผลผลิตที่ลดลง
นายสุนันท์ เปิดเผยเพิ่มเติม
นายสุนันท์ กล่าวถึงโรคใบร่วงชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นปลูกยางพาราในประเทศอินโดนีเซีย
มาเลเซีย และไทย ว่า ประเทศสมาชิกสภาไตรภาคียางพารา
ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคเชื้อราที่ชื่อว่า Pestalotiopsis
ซึ่งพบว่าได้กระจายเข้าไปในพื้นที่เพาะปลูกยางพาราอย่างกว้างขวางในพื้นที่ทั้ง
3 ประเทศ จากข้อมูลวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ประเทศอินโดนีเซีย
มีพื้นที่ปลูกยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากโรคเชื้อรานี้ประมาณ 382,000
hectares ประเทศมาเลเซียมีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 2,135
hectares ทำให้ใบยางพาราร่วง 50 - 90 % ในช่วงเดือนพฤศจิกายน
2560 ถึงเดือนกันยายน 2562
สำหรับประเทศไทย
มีพื้นที่ปลูกยางในจังหวัดนราธิวาสได้รับผลกระทบจากโรคเชื้อรานี้ถึง 16,000 hectares และมีอย่างน้อย 50,000
hectares ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดน
ส่วนในบางพื้นที่ที่เป็นโรครุนแรงจะมีสวนยางพาราที่ได้รับความเสียหาย 80% จึงทำให้ผลผลิตลดลงราว 40 - 60% (ข้อมูลจากเกษตรกร)
นับเป็นช่วงฤดูกาล
ที่ทำให้กระทบต่อผลผลิตอย่างมากเพราะในช่วงเดือนตุลาคม -
ธันวาคมเป็นเดือนที่ต้นยางพาราให้ผลผลิตสูงสุด
ข้อมูลล่าสุดรายงานว่าโรคเชื้อราดังกล่าวได้กระจายเข้าสู่พื้นที่จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มียางพาราหนาแน่นที่สุดจังหวัดหนึ่ง
สาเหตุหลักของการแพร่ระบาดของเชื้อรา Pestalotiopsis นั้น
เนื่องจากสภาพของต้นยางพาราที่อ่อนแอ ขาดการดูแลและบำรุงบำรุงต้นยางพารา
“กยท.
กำลังดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรคนี้
ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากหลายๆองค์กรทั้งในประเทศและจาก the
International Rubber Research Development Board (IRRDB) ส่วนในประเทศมาเลเซีย
Malaysian Rubber Board (MRB) ได้ให้คำแนะนำ
อบรมและสาธิตวิธีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อราเพื่อกำหนดและควบคุมโรคระบาด
เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยางและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยางพารา
ประเทศสมาชิก ITRC จะติดตามและดำเนินการตามมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
เพื่อแก้ไขปัญหาโรคยางและช่วยให้ราคายางพาราปรับสู่ระดับราคาที่เป็นธรรมแก่เกษตรกรชาวสวนยางต่อไป”





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น