“พิจิตร 2” มันเทศพันธุ์ใหม่!!!
คุณสมบัติครบตอบโจทย์โรงงานอุตสาหกรรม
กรมวิชาการเกษตร ส่งมันเทศพันธุ์พิจิตร 2 ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมแป้ง ปลื้มพันธุ์ใหม่ให้ผลผลิตสูง แป้งสูง แถมขนาดหัวใหญ่ตรงความต้องการโรงงาน
เผยปี 62 ปั๊มยอดพันธุ์กว่า 5
แสนยอด ขยายผลปลูกต่อในพื้นที่เกษตรกรได้ถึง
27 ไร่
นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า
มันเทศเป็นพืชอาหารและพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของโลก
ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแป้ง และใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล
จะเห็นได้ว่ามันเทศเป็นทั้งพืชอาหารและอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมันเทศ
ซึ่งพันธุ์มันเทศสำหรับเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม
ต้องเป็นพันธุ์เนื้อสีขาว ให้ผลผลิตสูง และเปอร์เซ็นต์แป้งมากกว่าร้อยละ 10 แต่เนื่องจากมันเทศที่เกษตรกรปลูกในปัจจุบันมีหลากหลายสายพันธุ์
ซึ่งสายพันธุ์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นมันเทศเพื่อการบริโภคสด มีปริมาณแป้งค่อนข้างต่ำ
และปริมาณน้ำตาลสูงไม่เหมาะสมที่จะนำไปผลิตเป็นแป้งมันเทศ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร
กรมวิชาการเกษตร
จึงได้ทำการปรับปรุงพันธุ์มันเทศสำหรับอุตสาหกรรมแป้ง ตั้งแต่ปี 2554-2560 โดยปี 2554 ทำการผสมพันธุ์มันเทศ
ใช้พันธุ์มันเทศเนื้อสีขาวสำหรับเป็นพ่อแม่พันธุ์ 9 พันธุ์
ปี 2555
ทำการคัดเลือกพันธุ์และคัดเลือกสายต้นที่ให้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลกรัมต่อไร่ หัวมีขนาดใหญ่ เนื้อสีขาว ผิวเรียบ
และน้ำหนักแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ปี 2556 ทำการเปรียบเทียบพันธุ์มันเทศ ปี 2557-2558
ทดสอบพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี และศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ปี 2559-2560 ทดสอบพันธุ์ในแปลงเกษตรกรจังหวัดพิจิตร และในปี 2562 เสนอรับรองพันธุ์โดยคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร
เห็นชอบให้ตั้งชื่อมันเทศพันธุ์ใหม่นี้ว่า “มันเทศพันธุ์พิจิตร 2”
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า
มันเทศพันธุ์พิจิตร 2 มีลักษณะเด่นตามที่ต้องการ
คือ ให้ผลผลิตสูงถึง 3,617 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์เกษตรกรซึ่งให้ผลผลิต 2,676
กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตแป้ง 846 กิโลกรัมต่อไร่
สูงกว่าพันธุ์เกษตรกรซึ่งให้ผลผลิตแป้ง 624 กิโลกรัมต่อไร่ มีปริมาณขนาดหัวที่โรงงานต้องการสูงโดยมีขนาดหัวร้อยละ
86.2 ของน้ำหนักรวม ซึ่งในปี 2562 นี้
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร มีแปลงแม่พันธุ์พร้อมที่จะขยายยอดพันธุ์ต่อได้ตลอด
โดยสามารถผลิตยอดพันธุ์ได้ถึง 150,000 ยอด
ปลูกได้จำนวนพื้นที่ 27 ไร่
เกษตรกรที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร โทร.056-990040







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น