วว. ส่งเสริมพัฒนาไม้ดอกไม้ประดับ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม
ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.เลย) ถ่ายทอดเทคโนโลยี
สร้างเกษตรกรไฮเทค/ชุมชนต้นแบบ เพิ่มมูลค่าการส่งออก
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
นำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.)
ส่งเสริมพัฒนาไม้ดอกไม้ประดับ สร้างเกษตรกรไฮเทค/ชุมชนต้นแบบ 13 กลุ่ม
ในพื้นที่จังหวัดเลย สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ช่วยลดต้นทุนการผลิต
เพิ่มมูลค่าสินค้าไม้ดอกไม้ประดับ และเป็นต้นแบบในการนำเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปใช้ได้จริง
สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับ
ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต
ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า
ไม้ดอกไม้ประดับถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างเช่น อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย
ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีการปลูกเลี้ยงและส่งออกไม้ดอกไม้ประดับเป็นจำนวนมาก
และมีระยะเวลาการปลูกเลี้ยงยาวนาน รวมทั้งมีการปลูกเลี้ยงพันธุ์ไม้ชนิดเดิมๆ
ทำให้ผลผลิตราคาจำหน่ายคงที่และมีราคาตกต่ำลง ด้วยตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว
วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมการเกษตรสร้างสรรค์
ภายใต้การดำเนินโครงการการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovative Agriculture : InnoAgri) นำองค์ความรู้ วทน.
การพัฒนาพันธุ์ไม้ชนิดใหม่เข้าไปส่งเสริมและพัฒนาให้กับเกษตรกรและชุมชน
เพื่อสร้างสินค้าเกษตรชนิดใหม่ตามศักยภาพในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ
พื้นที่จังหวัดเลย
พร้อมยกระดับเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้เป็นเกษตรกรไฮเทค (InnoAgri
farmer) ที่สามารถนำ วทน.
ที่เหมาะกับยุคสมัยไปใช้สำหรับลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้ยั่งยืน
“...วว. ดำเนินงานโครงการ InnoAgri
เพื่อนำผลงานวิจัย
เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรของประเทศ
ซึ่งการพัฒนาประเทศที่ต้องขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมนั้น
สอดคล้องกับทิศทางของประเทศไทย 4.0 ภายใต้แนวทางการปรับเปลี่ยนการเกษตรแบบเดิม (Traditional
Farming) ซึ่งใช้แรงงานเป็นหลักไปสู่การพัฒนาด้วยระบบบริการจัดการและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
(Smart Farming) มุ่งเน้นการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ผลสำเร็จในการดำเนินงานของ วว.
ในพื้นที่จังหวัดเลย จะเป็นต้นแบบการส่งเสริมโดย วทน. ให้กับพื้นที่อื่นๆต่อไป...”
ผู้ว่าการ วว. กล่าว
ดร.อนันต์
พิริยะภัทรกิจ นักวิจัย
ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า วว.
ได้นำงานวิจัยไปถ่ายทอดเพื่อเพิ่มองค์ความรู้และพัฒนาการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ในพื้นที่ให้ยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ภายใต้กรอบการดำเนินงานขององค์ความรู้
วทน. จำนวน 6 ด้านหลัก ดังนี้
1.การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในการขยายพันธุ์พืชจำนวนมาก สามารถลดต้นทุนในการผลิตต้นกล้าพันธุ์ได้
2.การจัดดอกไม้เป็นของขวัญ
เพื่อใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับที่มีการปลูกเลี้ยงและพันธุ์ไม้ท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่ม
3.การแปรรูปและพัฒนาชาดอกไม้จากพันธุ์ไม้ที่มีการปลูกเลี้ยง
เช่น กาแฟ ดาวเรือง และพันธุ์ไม้ท้องถิ่นให้เกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่
4.การทำภาชนะปลูกจากวัสดุในท้องถิ่น
เช่น ดินเหนียว ฟางข้าว และกก พัฒนาเป็นภาชนะสำหรับปลูกต้นไม้
เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
5.การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีระดับครัวเรือน
เพื่อลดต้นทุนในการจัดซื้อปุ๋ยเคมี
ประยุกต์ใช้วัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติมาทำปุ๋ยหมัก
6.การป้องกันโรคและแมลง
เพื่อหาวิธีป้องกันจากศัตรูพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแมลงหวี่ขาว เพลี้ยแป้ง
และเพลี้ยไฟ
นอกจากนี้ วว.
ได้ร่วมพัฒนากลุ่มเกษตรกรไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 13 กลุ่ม ดังนี้
1.การพัฒนากลุ่มผู้ปลูกเลี้ยงเบญจมาศ
จำนวน 4 กลุ่ม
ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเบญจมาศสายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการวิจัยของ วว.
ซึ่งมีจุดเด่นของพันธุ์คือ ดอกสวย
สีสดเด่น ทรงพุ่มสวย บางชนิดมีศักยภาพต้านทางโรคราสนิม มากกว่า 44 สายพันธุ์
เพื่อพัฒนาเป็นไม้ตัดดอก และไม้ดอกในกระถาง
2.การพัฒนากลุ่มผู้ปลูกเลี้ยงลิเซียนทัส จำนวน 2 กลุ่ม ส่งเสริมและทดลองปลูกเลี้ยงต้นลิเซียนทัส ในรูปแบบไม้กระถาง
เพื่อเพิ่มมูลค่าจากดอกไม้สีสันใหม่ๆ
และเป็นพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ที่จะเริ่มมีการปลูกเลี้ยงในพื้นที่อำเภอภูเรือ
จังหวัดเลย ตั้งแต่กระบวนการเพาะเมล็ด การดูแลรักษา จนกระทั่งสามารถออกดอก
3.การพัฒนากลุ่มผู้ปลูกเลี้ยงเยอบีร่า
จำนวน 1 กลุ่ม
วิจัยและพัฒนาพรรณไม้เยอบีร่าสายพันธุ์ใหม่ที่ได้จากงานวิจัย
และเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบชนิดใหม่ เพื่อผลิตเชิงการค้าให้กับกลุ่มผู้ปลูกเลี้ยงไม้ดอก
โดยเน้นการลดต้นทุนจากต้นแม่พันธุ์ และการเพิ่มมูลค่าจากดอกสีสันใหม่ ๆ
4.การพัฒนาระบบการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับด้วย
วทน. จำนวน 1 กลุ่ม
วิจัยและพัฒนาห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชระดับชุมชนสำหรับขยายสายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ
จำหน่ายต้น พันธุ์ให้เกษตรกรในพื้นที่
ซึ่งเป็นการช่วยลดราคาต้นทุนผลผลิตให้กับเกษตรกร
5.การพัฒนาการแปรรูปชาจากดอกไม้ จำนวน 3 กลุ่ม พัฒนากระบวนการผลิต
การแปรรูปและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ชาดอกกาแฟ เพื่อยกระดับสินค้าชุมชน
ชาจากพืชสมุนไพรธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น
ต้นเนียม อ้ม และไม้ดอกพื้นบ้าน โดยวิเคราะห์ตรวจสอบคุณค่าทางโภชนาการของชา
เพื่อปรับปรุงสูตรและออกแบบรูปแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์เพื่อสินค้า
6.การพัฒนาภาชนะปลูกจากธรรมชาติ
จำนวน 2 กลุ่ม
วิจัยและพัฒนาภาชนะปลูกเลี้ยงไม้กระถางเพื่อจำหน่ายและยกระดับสินค้าไม้ประดับของชุมชนให้มีลักษณะโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์
นอกจากนี้ วว. ได้พัฒนาเกษตรกรชุมชนต้นแบบด้านการผลิตพืช
ปุ๋ย ภาชนะปลูกจากวัตถุท้องถิ่น การแปรรูปไม้ดอก และแบบผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม จำนวน 2
ชุมชน ได้แก่
เกษตรแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับแปลงใหญ่
ต.สานตม อ.ภูเรือ จ.เลย วิจัยและพัฒนา
ส่งเสริมการปลูกเลี้ยงเยอบีร่าสายพันธุ์ใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการส่งออก
พัฒนาและส่งเสริมการปลูกเลี้ยงต้นลิเซียนทัส
สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรด้านการจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับทางเลือก
อีกทั้งยังส่งเสริมการปลูกเลี้ยงต้นเบญจมาศด้วย
เกษตรแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านแก่งไฮ
ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลย วว.
ส่งเสริมการปลูกเลี้ยงไม้ใบ เช่น หน้าวัวใบ บิโกเนีย และพืชสกุลอโกลนีมา
รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปดอกไม้เพื่อเป็นสบู่
สร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรชุมชนต้นแบบ
โครงการส่งเสริมพัฒนาไม้ดอกไม้ประดับ
ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือดังกล่าว
เป็นตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของ วว. ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตร
ชุมชม ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร
ช่วยเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม การส่งเสริมพัฒนาไม้ดอกไม้ประดับ
ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ของ วว.
หรือการส่งเสริมพัฒนาด้านการเกษตรสาขาอื่นๆ ได้ที่
ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์
โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577
9009 E-mail :
tistr@tistr.or.th www.tistr.or.th Line@tistr











ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น