ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กรมวิชาการเกษตร ปล่อย 2 พันธุ์มันเทศป้ายแดงชูจุดขายให้ผลผลิตสูง คุณค่าทางโภชนาการเกินคาด



กรมวิชาการเกษตร เครื่องร้อนเปิดตัวมันเทศ 2 พันธุ์ใหม่ สุโขทัย 1 และ 2 ป้อนความต้องการทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค โชว์จุดเด่นมันเทศพันธุ์สุโขทัย 1 ให้ผลผลิตสูงมากกว่า 3,800 กิโลกรัมต่อไร่ เนื้อสุกสีเหลืองเข้ม เหนียวนุ่ม หวานน้อย ด้านสุโขทัย 2 เน้นจุดขายให้สารเบต้าแคโรทีนสูงถึง 481 ไมโครกรัม ชี้เป็นสารสำคัญช่วยบำรุงสายตา และชะลอความชรา  

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร



นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มันเทศเป็นพืชอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศ โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร ได้ปรับปรุงพันธุ์มันเทศพิจิตร 2 ซึ่งเป็นพันธุ์ใหม่ให้ผลผลิตแป้งสูงและขนาดหัวใหญ่สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบป้อนโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมันเทศ ในขณะเดียวกันได้ปรับปรุงพันธุ์มันเทศสายพันธุ์ใหม่ที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคด้วย



ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์มันเทศ  โดยตั้งโจทย์ในการวิจัยไว้ว่าจะต้องได้พันธุ์มันเทศสำหรับการบริโภคที่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ท้องถิ่นเดิมอย่างน้อยร้อยละ 10 มีคุณภาพดีในการบริโภค และให้คุณค่าทางโภชนาการสูง การปรับปรุงพันธุ์เริ่มจากนำพันธุ์มันเทศที่มีลักษณะดีในด้านต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาผสมข้ามพันธุ์ และคัดเลือกสายพันธุ์ตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ เจริญเติบโตเร็ว คลุมวัชพืชได้ดี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ขึ้นไป อายุการเก็บเกี่ยวสั้นเพื่อลดการทำลายของด้วงงวงมันเทศ คุณภาพในการบริโภคดี ผู้บริโภคยอมรับสูง โดยทำการเปรียบเทียบสายพันธุ์และคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีเด่นไว้ 6 สายพันธุ์
ในปี 2557 นำสายพันธุ์ที่คัดเลือกไว้ไปปลูกทดสอบที่ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ ที่มีสภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน และได้คัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีเด่นไว้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ สท.03  สท.10 และ สท.18 ในปี 2558 นำทั้ง 3 สายพันธุ์ไปทดสอบในไร่เกษตรกรที่จังหวัดสุโขทัย พิจิตร และเพชรบูรณ์  โดยทดสอบกับพันธุ์ท้องถิ่นของเกษตรกร พบว่าสายพันธุ์ สท.18 มีผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด รองมาเป็นสายพันธุ์ สท.03 และ สท.10  อย่างไรก็ตาม จากการประเมินคุณภาพการบริโภคพบว่าทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรให้การยอมรับสายพันธุ์ที่ดีที่สุด 2 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์ สท.03 และ สท.18 



อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า  มันเทศสายพันธุ์ สท.03 เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ พจ.226-31 (เนื้อสีเหลือง) กับพันธุ์ T101 (เนื้อสีส้ม) ใช้ชื่อพันธุ์ว่า มันเทศพันธุ์สุโขทัย 1” ให้ผลผลิตสูงถึง 3,884 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์ท้องถิ่น ร้อยละ 79.5 เนื้อสุกมีสีเหลืองเข้ม เนื้อเหนียวนุ่ม ละเอียด รสชาติหวานน้อย มีคุณค่าทางโภชนาการให้พลังงานสูง โดยมันเทศ 100 กรัม มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต 33 กรัม และแคลอรี 136 กิโลแคลอรี ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการโดยเฉพาะให้พลังงาน คาร์โบไฮเดรต และแคลอรีสูงนั้นสามารถทดแทนอาหารให้พลังงานที่แปรรูปจากแป้งและน้ำตาลแบบอื่น ๆ โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย  ดังนั้นจึงเป็นพันธุ์แนะนำให้เกษตรกรปลูกเป็นทางเลือกในการใช้พันธุ์มันเทศพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาการสูงทดแทนพันธุ์เดิม
มันเทศสายพันธุ์ สท.18 เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ พจ.189-257 (เนื้อสีม่วง) กับพันธุ์ FM37-LINIDOK-3 (เนื้อสีเหลือง) ใช้ชื่อพันธุ์ว่า มันเทศพันธุ์สุโขทัย 2" ให้ผลผลิต 2,900 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์ท้องถิ่น ร้อยละ 34  เนื้อสุกมีสีเหลืองอมส้ม เนื้อเหนียวนุ่ม ละเอียด รสชาติหวาน มีคุณค่าทางโภชนาการให้พลังงานสูง โดยมันเทศ 100 กรัม มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต 31 กรัม และแคลอรี 131 กิโลแคลอรี  ที่สำคัญมีสารเบต้าแคโรทีนสูงถึง 481 ไมโครกรัม ในขณะที่พันธุ์ท้องถิ่นมีสารเบต้าแคโรทีนน้อยกว่า 10 ไมโครกรัม ซึ่งสารเบต้าแคโรทีนมีบทบาทสำคัญในการบำรุงสุขภาพของสายตา  และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความแก่ และดูแลรักษาผิวพรรณด้วย




มันเทศสายพันธุ์ที่คัดเลือกได้ สามารถปลูกได้ดีในดินร่วนทราย ทั้งในสภาพบนที่ราบสูงและที่ราบ  โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคอื่นๆ ที่มีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการปลูกมันเทศในแหล่งที่มีการระบาดของด้วงงวงมันเทศ และการปลูกซ้ำที่เดิม สอบถามรายละเอียดมันเทศพันธุ์ใหม่สุโขทัย 1 และสุโขทัย 2 ได้ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย กรมวิชาการเกษตร  โทร.0-5567-9085-6











ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...