ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

 ของดีที่คนไทยทำได้ “แผ่นดามกระดูกและสกรูทางออโธปิดิกส์”
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้



ในทางการแพทย์ปัจจุบันพบว่า “โรคกระดูกหัก” ถือเป็นปัญหาอันดับ 2 ของโลก การรักษาโรคกระดูกหักจะมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดามกระดูก สกรูยึดกระดูก เพื่อยึดตรึงกระดูกและจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกที่เกิดการแตกหัก ซึ่งในการใช้งานแผ่นดามกระดูก พบว่ามีจำนวนไม่น้อยที่เกิดการแตกหักภายในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากความแข็งแรงที่ไม่พอ นอกจากนั้นทำให้เกิดความยากในการเย็บปิดแผลและเกิดความรำคาญให้กับผู้ป่วย

นายแพทย์พลชัย วงษ์ทองสาลี 
โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี
ผู้ใช้นวัตกรรมจากงานวิจัย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนโครงการต่อยอดบัญชีสิ่งประดิษฐ์ ผลงานวิจัยและนวัตกรรม “การทดสอบมาตรฐานแผ่นดามกระดูกและสกรูทางออโธปิดิกส์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้” แก่ รอง ศาสตราจารย์ ดร. อนรรฆ ขันธะชวนะ แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อศึกษาวิจัยการออกแบบผลิตแผ่นดามกระดูกและสกรูยึดกระดูกจากวัสดุโลหะผสมไทเทเนียม ที่มีความหนาน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ปกติ และสกรูที่สามารถยึดติดได้นานและหลวมยากกว่าที่ใช้ในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานวัตกรรมในการออกแบบ เลือกวัสดุ และการนำเทคโนโลยีการปรับสภาพผิวที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของวัสดุ และสร้างต้นแบบวัสดุแผ่นดามกระดูก สกรูยึดตรึงกระดูก ให้พร้อมใช้งานสำหรับการผลิตทางอุตสาหกรรม โดยไม่ได้เป็นเพียงต้นแบบเท่านั้น แต่ต้องผ่านมาตรฐานการใช้งานได้ เช่น การทดลองในสัตว์และการทดสอบทางคลินิก นอกจากนี้ยังทำการทดสอบตามมาตรฐานวัสดุการแพทย์ เพื่อพร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งขณะนี้โครงการดังกล่าวได้นำไปทดลองกับผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี และมีผลเป็นที่น่าพอใจโดยจะทำการขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้างต่อไป

(จากซ้าย) รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ
นักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

แผ่นดามกระดูก(ผลิตจากโลหะผสมไทเทเนียม) นวัตกรรมฝีมือคนไทย

สกรูทางออโธปิดิกส์

คุณหมอสาธิตการใช้แผ่นดามกระดูกในคนไข้ที่แขนหัก

ภายหลังจากการผ่าตัดใส่แผ่นดามกระดูกแล้วผ่านมากว่า 6-7 เดือนกระดูกบริเวณที่หักเริ่มต่อติดกันดีแล้ว
นายขันติ แก้วทา อายุ 26 ปี คนไข้ (แขนหัก) จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม

โครงการการทดสอบมาตรฐานแผ่นดามกระดูกและสกรูทางออโธปิดิกส์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้ ความร่วมมือระหว่าง รพ.พระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช:)

รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของกระบวนการปรับปรุงผิวด้วยการพ่นยิง อนุภาคละเอียด (Fine shot peening ; FSP) ที่มีต่อประสิทธิภาพของแผ่นดามกระดูกและสกรูออโธปิดิกส์ ตลอดจนทำการออกแบบแผ่นดามกระดูกที่สามารถลดความหนาได้ กระทั่งได้แผ่นดามกระดูกและสกรูทางออโธปิดิกส์เป็นวัสดุฝังใน เพื่อฟื้นฟูกระดูกที่มีความยืดหยุ่นยิ่งยวดทำให้เกิดความเสียหายแก่กระดูกน้อยลง และออกแบบแผ่นดามกระดูกที่สามารถลดความหนาลงได้ ปรับผิวโลหะแบบพ่นยิงด้วยอนุภาคละเอียดโดยทดสอบกับวัสดุที่ใช้ในการแพทย์ คือ โลหะผสมไทเทเนียม Ti6Al4V ที่เงื่อนไขการยิงด้วย Silica และ SUS304 ด้วยขนาดของอนุภาคที่แตกต่างกัน ซึ่งพบว่าวัสดุและเงื่อนไขที่ดีที่สุด คือ โลหะผสมไทเทเนียม Ti6Al4V ที่ผ่านการปรับผิวด้วยการยิง Silica ขนาด 80 ไมโครเมตร พบว่าเมื่อนำไปใช้ทดสอบจริงส่งผลให้วัสดุมีความแข็งแรงดัดเพิ่มขึ้น 8% ส่วนของสกรูนั้นพบว่าหลังทำการปรับผิวทำให้ค่าแรงดึงหลุดสูงขึ้น 77% ดังนั้นพอนำแผ่นดามกระดูกไปลดขนาดจริงจะสามารถลดขนาดของแผ่นดามกระดูกได้ถึง 5% โดยที่ความแข็งแรงใกล้เคียงกับแผ่นที่ใช้กันในปัจจุบัน หลังจากที่ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุดแล้ว ได้ทำการทดสอบมาตรฐานสากล และทางชีวภาพตามมาตรฐานสากล แล้วทำการทดสอบในสัตว์ทดลองโดยศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ และนำเอาข้อมูลทั้งหมดเข้ากรรมการจริยธรรม โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินการทดสอบทางคลินิก โดยได้ออกแบบและผลิตแผ่นดามกระดูกท่อนแขนแบบ DCP plate และสกรูสำหรับยึด เพื่อทดสอบในผู้ป่วยจำนวน 100 คน ภายใต้ผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน ISO13485 ตลอดจนมีการหารือกับทางสำนักงาน อย. เพื่อทำความเข้าใจในกระบวนการนำเข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ต่อไป  
            














ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...

อว. ร่วมกับ วช. และ ม.นวมินทราธิราช ส่งมอบหน้ากาก N99 และหน้ากากป้องกันเชื้อโรค PAPR ให้องค์การเภสัชฯ – กทม. สู้ COVID-19

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มอบ “หน้ากาก N99 จำนวน 4,000 ชิ้น และ ชุด PAPR จำนวน 1,000 ชุด” ให้องค์การเภสัชกรรมและกรุงเทพมหานครส่งต่อบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัย COVID-19 วันที่ 25 ธันวาคม 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  และ รศ. นพ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ร่วมมอบผลงานวิจัยหน้ากาก N99 จำนวน 4,000 ชิ้น และ ชุด PAPR จำนวน 1,000 ชุด ให้องค์การเภสัชกรรม และกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ COVID - 19 ที่กำลังระบาดระลอกใหม่อยู่ในขณะนี้ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม...