ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ศรแดง จับมือเกษตรจังหวัด รับมือภัยแล้ง...ส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อยอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้ช่วงงดทำนาปรังอย่างยั่งยืน


จากวิกฤติภัยแล้งปี 2563 ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรอย่างน้อยใน 20 จังหวัดขณะนี้ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบูรณ์ อุทัยธานี นครราชสีมา อุตรดิตถ์ ชัยนาท นครสวรรค์ สุโขทัย สุพรรณบุรี พะเยา และสกลนคร โดยคาดว่าวิกฤตนี้อาจจะลากยาวไปจนถึงกลางปี เกษตรกรจึงต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้

เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์นำ้เพื่อการเพาะปลูกปี 2563


เทคโนโลยีการเคลือบเมล็ดพันธุ์เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณรากฝอยให้กับพืช หากินอาหารได้เก่งกว่า


บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง ผู้นำอันดับ 1 ด้านเมล็ดพันธุ์ผัก ได้ดำเนินโครงการ “ศรแดงพืชน้ำน้อย ทางเลือกใหม่ในช่วงภัยแล้ง” โดยร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ คัดเลือกเกษตรในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลไปสู่จังหวัดและภาคต่างๆ ต่อไป

คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง ผู้นำอันดับ 1 ด้านเมล็ดพันธุ์ผัก กล่าวถึงโครงการ “ศรแดงพืชน้ำน้อย ทางเลือกใหม่ในช่วงภัยแล้ง” ว่าทางศรแดงได้ริเริ่มทำโครงการนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหรือพืชไร่ ซึ่งจำเป็นต้องงดการปลูกพืชในช่วงวิกฤตภัยแล้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรที่ทำนาปรัง ได้หันมาเรียนรู้และปลูกพืชผักที่ใช้น้ำน้อย ที่มีอายุสั้น สร้างเสริมรายได้ ทดแทนในช่วงเกิดวิกฤตภัยแล้งและต้องงดการทำนาปรัง โดยศรแดงจะร่วมกับทางสำนักงานเกษตรจังหวัดต่างๆ คัดเลือกเกษตรกรในพื้นที่ที่ประสบปัญหา และนำเข้าสู่โครงการฯ
.
ทั้งนี้ โดยปกติการปลูกข้าว 1 ไร่ จะใช้ปริมาณน้ำประมาณ 1,100 ลบ.ม. ในขณะที่การปลูกพืชน้ำน้อย เช่น แตงกวา ข้าวโพด จะใช้ปริมาณน้ำแค่ 300 - 600 ลบ.ม. และยังใช้ระยะเวลาปลูกสั้นเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น
.


สำหรับพืชน้ำน้อยที่ศรแดงแนะนำมีทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่
1. ข้าวโพดข้าวเหนียว พันธุ์สวีทไวโอเล็ท
   ข้าวโพดหวาน พันธุ์จัมโบ้สวีท
** ใช้เทคโนโลยีการเคลือบเมล็ดพันธุ์ ทำให้มีรากฝอยจำนวนมากกว่าปกติ
- อัตราการใช้น้ำ 438 (ลบ.ม./ไร่)
- ระยะเวลาเริ่มเก็บเกี่ยว 70 (วัน)
- สร้างรายได้ 16,000-17,000 (บาท)

2. ฟักทอง พันธุ์ข้าวตอก 573 และประกายเพชร
อัตราการใช้น้ำ 616 (ลบ.ม./ไร่)
ระยะเวลาเริ่มเก็บเกี่ยว 75-90 (วัน)
สร้างรายได้ 24,000 (ลบ.ม./ไร่)

3. ถั่วฝักยาว พันธุ์ลำน้ำชี และลำน้ำพอง
- อัตราการใช้น้ำ 458 (ลบ.ม./ไร่)
- ระยะเวลาเริ่มเก็บเกี่ยว 55-60 (วัน)
- สร้างรายได้ 60,000 (บาท)

4. แฟง พันธุ์สะพายเพชร
- อัตราการใช้น้ำ 551 (ลบ.ม./ไร่)
- ระยะเวลาเริ่มเก็บเกี่ยว 60-65 (วัน)
- สร้างรายได้ 40,000 (บาท)

5. แตงกวา พันธุ์ธันเดอร์กรีน
- อัตราการใช้น้ำ 660 (ลบ.ม./ไร่)
- ระยะเวลาเริ่มเก็บเกี่ยว 30-32 (วัน)
- สร้างรายได้ 39,000 (บาท)

6. ผักใบ ผักบุ้ง พันธุ์ยอดไผ่ 9
- อัตราการใช้น้ำ 300 (ลบ.ม./ไร่)
- ระยะเวลาเริ่มเก็บเกี่ยว 21 (วัน)
- สร้างรายได้ 43,200 (บาท)

7. พริกขี้หนู พันธุ์เพชรมงกุฎ
- อัตราการใช้น้ำ 758 (ลบ.ม./ไร่)
- ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 150 (วัน)
- สร้างรายได้ 105,000 (บาท)

.
แนะนำเทคนิคการติดตั้งระบบน้ำหยดภายในแปลงผลิต

การคลุมแปลงด้วยผ้าพลาสติกคลุมแปลง ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้นำ้ได้อย่างคุ้มค่า และลดการเกิดวัชพืชคลุมพืชเศรษฐกิจที่ปลูกได้ด้วย

นอกจากการแนะนำพันธุ์พืชน้ำน้อยแล้ว ศรแดงยังมอบองค์ความรู้การปลูกพืชผักที่ใช้น้ำน้อย ผ่านชุดกล่องเมล็ดพันธุ์ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ให้ความรู้กับกลุ่มเกษตรกรต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีระบบน้ำ การคลุมแปลง และการจัดการแปลงต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชน้ำน้อยประสบความสำเร็จ และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากที่สุดด้วย

.
นอกจากนี้ ศรแดงยังช่วยเหลือด้านการตลาดสำหรับผลผลิตพืชน้ำน้อย โดยเป็นตัวกลางเชื่อมโยงเครือข่ายพ่อค้า แม่ค้าที่รับซื้อผลผลิต รวมทั้งการให้คำแนะนำในการขายผ่านกลุ่มออนไลน์ด้วย

คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด

เกษตรกรตัวอย่างปลูกพืชน้ำน้อย จ.นครสวรรค์ และผู้ท้าชิงที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งนี้ด้วย



หน่วยงานภาครัฐ หรือเกษตรกรที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด โทร. 02-831-7777 , เฟซบุ้คเพจ เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง, Line: @sorndaengseed หรือที่ www.eastwestseed.com









ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...

อว. ร่วมกับ วช. และ ม.นวมินทราธิราช ส่งมอบหน้ากาก N99 และหน้ากากป้องกันเชื้อโรค PAPR ให้องค์การเภสัชฯ – กทม. สู้ COVID-19

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มอบ “หน้ากาก N99 จำนวน 4,000 ชิ้น และ ชุด PAPR จำนวน 1,000 ชุด” ให้องค์การเภสัชกรรมและกรุงเทพมหานครส่งต่อบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัย COVID-19 วันที่ 25 ธันวาคม 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  และ รศ. นพ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ร่วมมอบผลงานวิจัยหน้ากาก N99 จำนวน 4,000 ชิ้น และ ชุด PAPR จำนวน 1,000 ชุด ให้องค์การเภสัชกรรม และกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ COVID - 19 ที่กำลังระบาดระลอกใหม่อยู่ในขณะนี้ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม...