ชู “บ้านแฮดโมเดล” พื้นที่รณรงค์ต้นแบบป้องกันกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
วช.จับมือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดมหกรรมรณรงค์ป้องกันกำจั ดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำ ดีพื้นที่ต้นแบบ “บ้านแฮดโมเดล”
โครงการวิจัยท้าทายไทย :
ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ Fluke Free Thailand โดย สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน
ร่วมจัดงาน “มหกรรมรณรงค์เพื่อป้องกันและกำจัดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น” ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านแฮด
จังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนรวมถึงสร้างเครือข่ายและพัฒนาความร่วมมือทั้งส่วนราชการและเอกชนในการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างบูรณาการและยั่งยืน
กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นายทวิช พิมพะ
นายอำเภอบ้านแฮด กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงาน
นายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “โรคมะเร็งท่อน้ำดี
เป็นปัญหาสาธารณสุขที่อยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
มีอุบัติการณ์การเสียชีวิตในประชากรวัยทำงานจำนวนมาก
ส่งผลให้เกิดการสูญเสียในทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยเฉพาะประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ
ซึ่งภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาสุขภาพนี้มาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเป็นการบูรณาการทุกมิติอย่างยั่งยืน
เราทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาสุขภาพนี้จากต้นน้ำไปจนสุดปลายน้ำอย่างบูรณาการ
ซึ่งก็คือการกำจัดพยาธิใบไม้ตับลดการแพร่กระจายตามแหล่งน้ำ
กำจัดพยาธิใบไม้ตับในสัตว์รังโรค จัดการอาหารให้ปลอดภัย
เพิ่มภูมิคุ้มกันทางปัญญาแก่เยาวชน
จัดการข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบสามารถติดตามได้การคัดกรองและรักษาตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจสังคมอย่างยั่งยืน โดยอำเภอบ้านแฮด เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของจังหวัดขอนแก่น
ที่กำหนดให้มีการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างบูรณาการผ่านกลไกของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ
(พชอ.) ซึ่งเรียกรูปแบบการดำเนินการนี้ว่า “บ้านแฮดโมเดล” ซึ่งเรามุ่งหวังว่าจะเกิดการสร้างเครือข่ายและพัฒนาความร่วมมือทั้งส่วนราชการและเอกชน
สร้างและกระตุ้นแรงขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างบูรณาการและยั่งยืน”
จากนั้นประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้เข้าเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการให้ความรู้ในการรณรงค์ป้องกันกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
ของโครงการวิจัยภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทย : ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ (Fluke
Free Thailand) อาทิ
การตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับด้วยแอนติเจนในปัสสาวะ, การจัดการระบบสุขาภิบาลและสิ่งปฏิกูล, การใช้หลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนเพื่อพัฒนาภูมิคุ้มกันในเยาวชน,
อาหารปลอดภัย ปลาปลอดพยาธิ, ระบบ Isan cohort และการจัดแสดงผลการดำเนินงานรณรงค์สร้างความตระหนักถึงภัยของพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีจากหน่วยงานในพื้นที่อำเภอบ้านแฮด
จากนั้นคณะผู้บริหารได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการบริการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับจากแอนติเจนในปัสสาวะ
ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมวิจัยที่ได้จากโครงการวิจัยท้าทายไทย :
ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ
และเยี่ยมชมการตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีด้วยการตรวจอัลตร้าซาวด์
ที่ทางสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ได้จัดขึ้นเพื่อบริการประชาชนในพื้นที่
โดยกิจกรรมการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่สงสัยว่าเป็นพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
นั้นจะทำการบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลระบบ Isan Cohort ซึ่งเป็นระบบ Big Data ที่ทำหน้าที่ติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยจากต้นไปจนจบ
ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบกว่าสองล้านคนและสามารถติดตามผลข้อมูลได้แบบ Realtime
จากการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี
มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทย : ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ (Fluke Free
Thailand) เกิดผลสำเร็จเป็นอย่างมากในการทำวิจัยและการนำผลไปใช้ในพื้นที่
ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบที่สำคัญต่อประเทศ ได้แก่ 1) ลดอัตราผู้ป่วยติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มเสี่ยงจากร้อยละ
42.8 เป็นร้อยละ 13.4 และขณะนี้ลดลงเหลือร้อยละ 7.7 เท่ากับลดลง 6 เท่า 2)
เพิ่มการเข้าถึงการรักษา
โดยจำนวนผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีระยะเริ่มต้นสามารถเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มจากร้อยละ
21.8 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 84.5 เท่ากับเพิ่มขึ้น 4 เท่า และ3)
ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี โดยอัตราการรอดชีพใน 5
ปีของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดเพิ่มจากร้อยละ 17.3 เพิ่มเป็นร้อยละ 48.3
โครงการวิจัยท้าทายไทย :
ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ
ทำให้เกิดการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรม
เพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาสำคัญให้กับประเทศอย่างแท้จริง
และทำให้ประชาชนเข้าถึงการบริการที่เกี่ยวข้องกับโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
ทั้งในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ อย่างทันเวลา เท่าเทียม มีคุณภาพ
และสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยการขจัดปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีนั้น
จะกระทำให้สำเร็จโดยภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาให้สัมฤทธิ์ผลและต่อเนื่อง
การจะดำเนินการแต่เพียงในโรงพยาบาลหรือบุคลากรทางสุขภาพด้วยการตั้งรับเพียงอย่างเดียว
ไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาให้หมดไปได้
ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาสุขภาพนี้ร่วมกัน
สอดรับกับอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ที่ยึดถือการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการอุทิศเพื่อสังคม
สร้างความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมโดยเฉพาะภาคอีสานให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีลงให้เหลือน้อยที่สุด








ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น