เอสซีจี ร่วมกับ สยามคูโบต้า
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยรับซื้อฟางข้าว ใบอ้อย และซังข้าวโพด เพื่ออากาศสะอาดและแก้ปัญหา
PM 2.5 จากการเผาไร่ พร้อมเสริมรายได้ให้เกษตรกร
เอสซีจี
โดยธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ร่วมกับสยามคูโบต้า
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดจุดรับซื้อฟางข้าว ใบอ้อย ซังข้าวโพด
และเศษผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ รวม 14 จุด และมีแผนขยายเป็น 20 จุดทั่วประเทศภายในปี 2563 นี้ พร้อมใช้เทคโนโลยีการบีบอัดที่ทันสมัย
ก่อนนำเศษผลผลิตทางการเกษตรที่ได้ไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในโรงงานปูนซีเมนต์
เพื่อช่วยลดปัญหา PM 2.5 และภาวะโลกร้อนจากการเผาไร่
เสริมรายได้ให้เกษตรกรไทย สอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตั้งเป้ารับซื้อปีละ 1 ล้านตัน
เอสซีจี-สยามคูโบต้า-หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รับซื้อฟางข้าว ใบอ้อย แก้ปัญหา PM 2.5
นายชนะ ภูมี Vice President-Cement and Construction
Solutions Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี
กล่าวว่า “เอสซีจี มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม
และสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด
เมื่อเราทราบถึงปัญหาของเกษตรกรในการจัดการเศษผลผลิตทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว
ใบอ้อย และซังข้าวโพด รวมทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้ง PM 2.5 และภาวะโลกร้อน
ที่เกิดขึ้นจากการจากเผาเศษผลผลิตทางเกษตรเหล่านี้แบบไม่ถูกวิธีในช่วงที่ผ่านมา
เอสซีจี โดยธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
จึงใช้ประโยชน์จากหม้อเผาปูนซีเมนต์ที่เรามี ซึ่งสามารถนำเศษผลผลิตทางเกษตรเหล่านี้มาแปรรูปให้เป็นพลังงานทดแทนได้อย่างถูกวิธีและไม่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม
โดยได้เริ่มเปิดรับซื้อเศษผลผลิตทางเกษตรมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่โรงงานปูนซีเมนต์ ทั้ง 5 แห่งของเอสซีจี
ในจังหวัดสระบุรี ลำปาง และนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับผลตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี
พร้อมได้ขยายจุดรับซื้อไปยังเครือข่ายโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จซีแพค
ทำให้ปัจจุบันเอสซีจีมีจุดรับซื้อเศษผลผลิตทางการเกษตร รวม 14 จุด และมีแผนการขยายเป็น 20 จุดทั่วประเทศภายในปี 2563 นี้ โดยตั้งเป้ารับซื้อได้ 1 ล้านตันต่อปี”

เทคโนโลยีเครื่องอัดฟาง บีบอัดฟางข้าวให้เป็นก้อน จากบริษัทสยามคูโบต้า
ด้าน นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า
“สยามคูโบต้าเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้
ในการส่งเสริมเกษตรกรในการทำเกษตรแบบปลอดการเผา
รวมถึงจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้รวบรวมเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว
เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย ซังข้าวโพด เพื่อบีบอัดให้เป็นก้อนด้วยเครื่องอัดฟางคูโบต้า
สะดวกต่อการขนส่งเพื่อนำไปใช้ประโยชน์เป็นพลังงานทดแทนในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างโรงงานปูนซีเมนต์
ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดการเผาในพื้นที่เกษตร และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมของไทย”
การรับซื้อฟางข้าวจากเกษตรกร
นายกลินท์ สารสิน
ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า
“โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการความร่วมมือของภาคเอกชนเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
ซึ่งนอกจากจะได้อากาศที่บริสุทธิ์เพิ่มขึ้นมาแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรอีกด้วย
ผมจึงขอเชิญชวนให้เกษตรกรไทย ผู้ประกอบการ
และหอการค้าทุกจังหวัดมาร่วมโครงการนี้ด้วยกัน
โดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
จะเดินหน้ารณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน
เพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวทางการเกษตร
โดยนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย”
การชั่งน้ำหนักฟางข้าวที่รับซื้อจากเกษตรกร
สต๊อกฟางข้าว ที่ CPAC เหมืองทรายเสนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เอสซีจี และองค์กรพันธมิตรอย่างสยามคูโบต้า
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
เชื่อมั่นว่าการดำเนินการเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกภาคส่วน
ร่วมกันช่วยแก้ปัญหา PM 2.5 และภาวะโลกร้อนจากการเผาไร่
ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยเสริมรายได้ให้เกษตรกรไทย
ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุตามแนวคิด From Waste To Wealth ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
และรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตของประเทศต่อไป
สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สามารถติดต่อได้ที่ คุณศุมิตรา ศรีพิเศษ หมายเลขโทรศัพท์ 093-542-4594 หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ
ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook: scgnewschannel /
Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น