ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วว. เสริมแกร่งชุมชน ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพิ่มมูลค่าพืชอัตลักษณ์ในพื้นที่อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ ผ่านโครงการ Thai Cosmetopoeia ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืน


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เสริมแกร่งชุมชน เพิ่มมูลค่าพืชอัตลักษณ์ในพื้นที่อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ : Phetchabun Geo Park วิจัยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ผ่านการดำเนินงานโดยโครงการ Thai  Cosmetopoeia มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืน
นายสายันต์ ตันพานิช

นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. กล่าวว่า วว. นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปเพิ่มมูลค่าพืชอัตลักษณ์ (มะขามหวาน) ในพื้นที่ของอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ (Phetchabun Geo Park) เสริมความแข็งแกร่งให้กับชุมชน มุ่งวิจัยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพื่อร่วมส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันให้ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นอุทยานธรณีโลกในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความหลากหลายทางธรณีวิทยามากว่า 350 ล้านปี โดย วว.ดำเนินงานผ่านโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทยด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือโครงการ Thai  Cosmetopoeia  ซึ่งเป็นโครงการตามยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ วว. ในการวิจัยและพัฒนาด้านเครื่องสำอาง ปี 2020 เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ถูกนำเสนอในระดับชาติและนานาชาติ สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยด้านอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและก่อให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรรวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การคืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืน

เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมสารสกัดเมล็ดมะขาม



 “...แนวทางการดำเนินงานของโครงการ Thai Cosmetopoeia ดังกล่าว มีความสอดคล้องและมุ่งหวังที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลก ในด้านการเพิ่มมูลค่าและอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยา มีการถ่ายทอดความรู้แก่ชุมชนและประชาชนทั่วไป และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ภายใต้การบริหารจัดการและการอนุรักษ์อย่างบูรณาการจากทุกภาคส่วน และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นให้บรรลุผลสำเร็จ ทั้งนี้ วว. จะมีการลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัด “เมล็ดมะขาม” ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่นและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ เพื่อให้การบูรณาการดำเนินงานสำเร็จเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ...” นายสายันต์ ตันพานิช กล่าว



Lab ทดสอบสารสกัดจากเมล็ดมะขาม ศนส.วว.

อนึ่ง วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. ประสบผลสำเร็จในการนำ วทน. สร้างมูลค่าเพิ่มของเหลือทิ้งจาก “มะขาม” พัฒนาเป็นสารสกัดจากเปลือก เมล็ดมะขาม และแป้งมะขาม  สำหรับเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนี้ 1. ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ในรูปของนาโนอิมัลชั่น (nanoemulsion) ที่มีขนาดเล็กในระดับอนุภาคนาโน สามารถซึมผ่านผิวหนังชั้นบน เพื่อไปออกฤทธิ์ยังเซลล์เป้าหมายในชั้นใต้ผิวหนังได้ โดย วว. วิจัยพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์นาโนเซรั่ม (Tamarina  Nano Serum) เพื่อความกระจ่างใส บำรุงผิวหน้า และผลิตภัณฑ์นาโนเจลครีม (Tamarina Nano Gel Cream) สำหรับการดูแลผิวหน้าภายหลังการทำเลเซอร์ ทั้งนี้ วว. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ ให้แก่ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จำกัด และมีการจำหน่ายในท้องตลาดเรียบร้อยแล้ว


เมล็ดมะขาม


 อีกทั้ง วว. ยังนำสารสกัดจากเปลือกเมล็ดมะขามที่มีสารออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมสารสกัดเมล็ดมะขาม สามารถดื่มก่อนหรือหลังการออกกำลังกาย เพื่อชดเชยการเสียนํ้าและเกลือแร่ รวมทั้งป้องกันการเกิดภาวะ oxidative stress ที่เกิดจากอนุมูลอิสระซึ่งมากเกินไปจากการออกกำลังกายอย่างหนักและยาวนาน  ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคในกลุ่มผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่ในระดับมากกว่าร้อยละ 70 ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดนี้ นอกจากนี้ วว. ยังวิจัยสารสำคัญจากเมล็ดมะขาม พัฒนาเป็นแป้งเมล็ดมะขาม เพื่อเป็นแผ่นฟิล์มโดรเจล ใช้ปิดแผลและลดการอักเสบของแผลในช่องปากพัฒนาเป็นแผ่นปิดแผลนาโน (Nanofiber-mats) ชนิด non-woven โดยใช้เทคโนโลยีอิเล็คโตรส ปินนิ่ง (Electrospinning) ที่บรรจุสารสำคัญออกฤทธิ์จากพืชสมุนไพรเพื่อปิดแผลที่ผิวหนัง  ลดการอักเสบและลดการติดเชื้อของแผลที่ผิวหนัง  นับเป็นการเพิ่มมูลค่าของพืชอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ วว. ได้จดลิขสิทธิ์งานวิจัยและพัฒนาเรียบร้อยแล้ว และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อการจำหน่ายในตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ 

สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. โทร. 0 2577 9000 Call center 0 2577 9300 อีเมล tistr@tistr.or.th








ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...