สทน.จัดงาน “อาหารปลอดภัย ฉายรังสีปลอดโรค” สร้างการรับรู้ถึงประโยชน์จากการฉายรังสีอาหาร
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จัดมหกรรมอาหารปลอดภัย
ภายใต้ชื่องาน “Safe Food Good Life อาหารปลอดภัย ฉายรังสีปลอดโรค” เพื่อช่วยยกระดับการรับรู้และเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารฉายรังสี
ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความรู้ความเข้าใจในข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
โดยงานนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนทั่วไป
รวมถึงเป็นการให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเกี่ยวกับธุรกิจอาหารฉายรังสีอีกด้วย
รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)
เปิดเผยว่า เทคโนโลยีการฉายรังสีในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506
โดยมีพัฒนาการเรื่อยมาจนกระทั่ง รัฐบาลไทยได้ให้ความเห็นชอบในการรับความช่วยเหลือจากประเทศแคนาดา
จึงดำเนินการสร้างโรงงานฉายรังสีแบบเอนกประสงค์
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอาหารฉายรังสีในประเทศไทย
ปัจจุบันข้อมูลการฉายรังสียังถูกรับรู้ในวงแคบ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบถึงข้อมูลอาหารฉายรังสี
หรือหากรับรู้ก็จะเป็นการรับรู้แบบผิดๆ ว่าอาหารฉายรังสีคืออาหารที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี
ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค หรือผู้ประกอบการที่มาใช้บริการฉายรังสีเอง
ก็ไม่อยากบอกผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์ของตนผ่านการฉายรังสี เพราะกังวลกับความเข้าใจผิดของผู้บริโภค
และอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้า ทำให้อาหารฉายรังสีไม่เป็นที่รู้จัก
และได้รับการยอมรับเท่าที่ควร
อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการอาหารอีกจำนวนมากยังไม่รู้จัก
และเข้าใจว่ากระบวนการฉายรังสีอาหาร สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ปลอดเชื้อได้ ดังนั้นการฉายรังสีอาหารในผลิตภัณฑ์ที่คนไทยบริโภค
จึงยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร
“สทน.
มีเป้าหมายชัดเจนในการมุ่งสร้างความปลอดภัยให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหาร
และสร้างความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับทางวิทยาศาสตร์
โดยมีภารกิจสำคัญด้านอาหารปลอดภัยที่ดำเนินการอยู่ คือการให้บริการฉายรังสีเพื่อทำลายเชื้อโรค
และยืดอายุผลิตภัณฑ์
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมทุกประเภทรังสีที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ได้กับอาหาร
และการพัฒนาบริการด้านการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา
การจัดงานในครั้งนี้
ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการฉายรังสีอาหาร โดยต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
และยกระดับการรับรู้เรื่องการฉายรังสีในอาหาร
ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งที่ทำให้อาหารปลอดภัย
และยังช่วยในการถนอมอาหาร โดยนำอาหารไปรับรังสีจากต้นกำเนิดรังสี
เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ยืดอายุการเก็บรักษา
ชะลอการสุก ยับยั้งการงอกระหว่างการเก็บรักษา ทำลายและยับยั้งการแพร่พันธุ์ของแมลง
หรืออื่นๆ ในทางกฎหมายกำหนดว่า การฉายรังสีอาหาร
ต้องมีปริมาณรังสีต่ำสุดที่ทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการฉายรังสี และมีปริมาณรังสีสูงสุดอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
มีคุณค่าทางโภชนาการ และยังมีรสชาติเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
จากปัญหาโควิด-19
ที่ระบาดไปทั่วโลก ก็เกิดขึ้นเพราะการรับประทานอาหารที่ไม่ปลอดภัยของมนุษย์เรา
ในสถานการณ์ที่กำลังเกิดโรคระบาดไปทั่วโลก การรับประทานอาหารที่ปลอดเชื้อ
หรือปลอดภัยมากๆ เป็นเรื่องที่จำเป็น
ไม่งั้นเราก็จะเจอกับโรคอุบัติใหม่แบบนี้ไม่มีที่สิ้นสุด
อาหารฉายรังสีจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งในการบริโภค
ผู้บริโภคก็ควรต้องเลือกสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับตัวเอง
ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการธุรกิจอาหารก็ควรจะคำนึงถึงสุขภาพพลานามัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญด้วย
ผมอยากให้มีการจำหน่ายอาหารฉายรังสีให้หลากหลายกว่าที่เป็นอยู่
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวไทย ” ผู้อำนวยการ สทน. กล่าว
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารปลอดภัย การจัดแสดงนิทรรศการ
และกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอาหารฉายรังสีให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ เช่น
การเสวนาพูดคุยกับแขกรับเชิญในฐานะตัวแทนผู้บริโภค เกี่ยวกับประสบการณ์ด้านอาหารฉายรังสี
และโชว์ทำอาหารง่ายๆ จากเชฟมืออาชีพชื่อดัง โดยเลือกใช้อาหารฉายรังสีเป็นวัตถุดิบ
เป็นต้น
สำหรับผู้สนใจที่พลาดการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไป ยังสามารถมาร่วมงาน “Safe Food Good Life อาหารปลอดภัย
ฉายรังสีปลอดโรค” ได้อีกครั้ง ในวันที่ 18-19 เมษายน 2563 ณ ห้างสรรพสินค้า โรบินสัน ศรีสมาน พร้อมนิทรรศการ ร้านค้า กิจกรรม
และแขกรับเชิญที่จะมาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับอาหารฉายรังสี
ทั้งนี้ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ยังคงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยี และองค์ความรู้ด้านนิวเคลียร์
มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในด้านต่างๆ
อย่างต่อเนื่องต่อไป ผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สทน.
ได้ที่เว็บไซต์ www.tint.or.th และเพจเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/thai.nuclear





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น