ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แม็คโคร ร่วมกับกรมการค้าภายใน รับซื้ออินทผลัมกว่า 15 ตันจากสวนนิมิตใหม่
พลิกวิกฤตชาวสวนฝ่าโควิด-19 เพื่อการพัฒนาผลผลิตอย่างยั่งยืน


บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำนโยบายเคียงข้างเกษตรกรไทย ผนึก กรมการค้าภายใน รับซื้อ “อินทผลัม” จากศูนย์วิปัสสนานิมิตใหม่ กว่า 15 ตันอย่างทันท่วงที  หลังโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรง พร้อมส่งทีมวางแนวทางสร้างมาตรฐานปลอดภัยตลอดกระบวนการผลิต บรรจุ เพื่อการจำหน่ายผ่านระบบธุรกิจค้าส่งสมัยใหม่ในระยะยาว 


อินทผลัมพันธุ์โคไนซี่

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “ ปัจจุบัน อินทผลัมสด ได้รับความนิยมบริโภคมากขึ้น และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรนิยมปลูกสร้างรายได้ ด้วยราคาดี และมีความต้องการสูง แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ผลผลิตมีแนวโน้มล้นตลาดสูงเนื่องจากขาดช่องทางการจัดจำหน่าย แม็คโคร จึงได้ร่วมกับ กรมค้าการภายใน  รับซื้ออินทผลัมสดจาก ศูนย์วิปัสสนานิมิตใหม่สังเวชนียสถาน ซึ่งในเฟสแรกรับซื้อในปริมาณ 10-15 ตัน และเตรียมวางแผนการพัฒนาร่วมกันในเฟสต่อไป”


อินทผลัมพันธุ์บาฮี

แม็คโคร ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรมการค้าภายในและทราบว่า ผลผลิตที่ศูนย์วิปัสสนานิมิตใหม่ฯ มีปริมาณมาก จึงมาช่วยรับซื้อและปัจจุบันได้วางจำหน่ายอินทผลัมจากสวนนี้ที่แม็คโครแล้ว  โดยทีมงานได้ลงพื้นที่ คัดเลือกผลผลิตที่เหมาะสมกับลูกค้าแม็คโคร, แนะนำการใช้สารเคมีและระยะเก็บเกี่ยวปลอดภัย, การคิดคำนวณต้นทุนของสินค้าตั้งแต่เริ่มออกผลผลิต ดูแลรักษา เก็บเกี่ยว ผลิต บรรจุหีบห่อทีร่วมกันออกแบบ ตลอดการขนส่งจนถึงศูนย์กระจายสินค้าของแม็คโคร อีกทั้งยังได้วางแผนล่วงหน้าร่วมกันเพื่อความเหมาะสมกับแผนการจัดจำหน่าย ส่งเสริมความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์ที่มีความเหมาะสมเพียงพอด้วย ”



สำหรับอินทผลัมที่แม็คโครรับซื้อจากศูนย์วิปัสสนานิมิตใหม่ฯ มี 2 พันธุ์คือ พันธุ์บาฮี (ผลสีเหลือง) และพันธุ์โคไนซี่ (ผลสีแดง) บรรจุในกล่องขนาด  500 กรัม



 แม็คโคร ยังวางแผนพัฒนาการรับซื้อสินค้าจากศูนย์วิปัสสนานิมิตใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในปีหน้าจะทำงานร่วมกับศูนย์ฯ ในเรื่องปริมาณผลผลิตของแต่ละช่วงเพื่อให้แม็คโครได้เตรียมแผนการจัดจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นคงได้ในระยะยาว”  นางศิริพร กล่าว







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...