ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปิดตัวโครงการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรแห่งแรกที่สุราษฎร์ธานี กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับสยามคูโบต้า หนุนแรงงานปักษ์ใต้คืนถิ่นจากผลกระทบ COVID – 19 และผู้สนใจต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร


กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินเครื่องเยียวยากลุ่มผู้ถูกเลิกจ้าง “โครงการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19” นำร่องแห่งแรกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างต้นแบบการนำองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรครบวงจร การบริหารจัดการน้ำฝ่าภัยแล้ง พร้อมจัดอบรมฝึกขับเครื่องจักรกลเกษตรและรถขุดคูโบต้า สร้างโอกาสพร้อมเสริมศักยภาพการประกอบอาชีพด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนให้พี่น้องชาวใต้ 



ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า หลังจากที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และสยามคูโบต้า ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19” เพื่อบูรณาการพัฒนาฝีมือแรงงานนอกระบบที่อยู่ในภาคการเกษตรให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะให้ได้มาตรฐานฝีมือแรงงาน จนสามารถนำไปประกอบอาชีพ รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 รวมถึงผู้ว่างงานที่มีความสนใจด้านการทำเกษตร อันจะนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม และพัฒนาเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน ซึ่งโดยกำหนดพื้นที่จังหวัดนำร่องที่มีความพร้อม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดพิษณุโลก และได้เปิดตัวโครงการที่แรก ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของภาคใต้”




ด้าน นายไวพจน์ หามาลา ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าบริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อให้หลายธุรกิจปิดตัวลงและนำไปสู่การเลิกจ้างงาน สยามคูโบต้าจึงได้นำเอาองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาช่วยให้ผู้ที่ถูกเลิกจ้างที่มีความสนใจด้านการเกษตร โดยรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการฝึกอบรมด้านการทำเกษตร อาทิ องค์ความรู้ในการทำเกษตรครบวงจร การจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำรับมือวิกฤตภัยแล้ง และเข้ารับการฝึกอบรมภายใต้โรงเรียนฝึกขับเครื่องจักรกลการเกษตร แทรกเตอร์ รถดำนา รถเกี่ยวนวดข้าว และ โรงเรียนฝึกขับรถขุดคูโบต้า ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท มิตรแท้ออโตเซลล์ จำกัด ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายของสยามคูโบต้าที่มีศักยภาพของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เป็นพื้นที่ฝึกอบรมทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ”




โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นางแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายไพศาล จอมเกตุ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท คูโบต้ามิตรแท้ กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธีเปิด ทั้งนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ได้ให้ความสนใจและทดลองขับรถขุดด้วยตัวเอง ณ สถานีฝึกอบรมภาคปฏิบัติหรือ Driving School พร้อมทั้งเยี่ยมชมห้องอบรมภาคทฤษฎี ภายในบริษัท มิตรแท้ออโตเซลล์ จำกัด ซึ่งจะเป็นสถานที่เรียนสำหรับกลุ่มผู้ถูกเลิกจ้างที่ได้รับผลกระทบจาก COVID -19 และกลุ่มผู้ว่างงานที่มีความสนใจในภาคการเกษตร ทั้งนี้ ผู้รับการฝึกจะได้รับฝึกทั้งในภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ ตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองเมื่อจบหลักสูตร สามารถนำความรู้ไปปรับใช้และนำไปประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน








ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...