ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สทน.ชูแนวคิด อาหารพื้นถิ่นไทย พัฒนาได้ ด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ในเวทีประกวดนวัตกรรมอาหารฉายรังสี

 


เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ร่วมกับ เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไดจัด ประกวดนวัตกรรมอาหารฉายรังสี ภายใต้แนวคิด อาหารพื้นถิ่นไทย พัฒนาได้ด้วยเทคโนโลยี นิวเคลียร์ ในรอบชิงชนะเลิศขึ้น โดยมีนางแน่งน้อย เวทยพงษ์ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รศ.ดร.ธวัชชัย  อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ ดร.หาญณรงค์ ฉ่ำทรัพย์ รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหารสทน. และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมงาน ณ THE UNICORN SPACE ชั้น 22 Amarin Plaza


นางแน่งน้อย เวทยพงษ์ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม ประธานเปิดงาน กล่าวว่า วันนี้เราจะทำให้อาหารพื้นถิ่น ปลอดภัย เก็บรักษาได้นาน ด้วย รังสีนิวเคลียร์  โดยให้เห็นว่ารังสีสามารถถนอมอาหารได้ รังสีสามารถยืดอายุอาหารได้ และจะทำอย่างไรให้อาหารพื้นถิ่นกระจายสู่ตลาดโลก และเกิดคามมั่นใจในอาหารพื้นถิ่นฉายรังสี เพื่อเราจะ ก้าวสู่ครัวของโลก 



ด้าน รศ.ดร.ธวัชชัย  อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การ มหาชน) หรือ สทน.กล่าวว่า สำหรับโครงการประกวดนวัตกรรมอาหารฉายรังสี จะเป็นสิ่งหนึ่งที่มากระตุ้นเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมอาหารใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยมีการนำเอาเทคโนโลยีทาง รังสีมาประยุกต์ใช้ ซึ่งมีประโยชน์ให้กับการพัฒนาด้านอาหารหลายอย่าง อย่างเช่นในเรื่องของกการยืดอายุอาหาร การฆ่าเชื้ออาหาร ซึ่งจะทำให้อาหารพื้นถิ่นของประเทศไทยสามารถเปิดตลาดเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ สามารถแข่งขันสู่ตลาดโลกได้ ปีนี้มีทีมส่งเข้าประกวด 19 ทีม ซึ่งเจอปัญหาเรื่องโควิด ปีต่อไปเราจะจัดให้ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ส่วนผลงงานของน้องๆที่เข้ารอบ ก็น่าสนใจทั้งหมดเลย หลาบๆ ผลงานเป็นสิ่งที่น่าสนใจและก็ มีโอกาสที่จะขยายเข้าสู่ธุรกิจได้ ในอนาคตสิ่งที่ สนท.ได้วางไว้ก็คือ เราก็ต้องเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการที่จะหยิบผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์โดยน้องๆกลุ่มนี้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จริงเข้าสู่ตลาด ทางสทน.และหน่วยงานอื่น ในกระทรวง อว.จะมาร่วมกันขับเคลื่อนให้เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เหล่ำนี้สามารถเข้าสู่ตลาดได้ อย่างเช่นเรื่องของ ขนมจีนหรือเรื่องของข้าวเหนียวที่ได้รางวัลชนะเลิศ ทำอย่างไรจะสามารถวางจำหน่ายสู่เซเว่นฯได้หรือไม่ หรือออกไปสู่ในห้างร้านใหญ่ๆหรือแม้กระทั่งการส่งออกไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างให้ชาวต่างประเทศได้รู้จักอาหารพื้นถิ่นของไทยมากยิ่งขึ้นในอนาคต

 


โดยผลการประกวด มี 2 รุ่น คือ รุ่นอุดมศึกษา (ระดับปริญญาตรี) และรุ่นบัณฑิตศึกษา (ระดับปริญญาโทและเอก) ทุนการศึกษา มูลค่า 130,000 บาท มีน้องๆ นิสิต นักศึกษา ให้ความสนใจและสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ทาง สทน. พร้อมด้วยคณะกรรมการได้มีการคัดเลือกรอบแรกและนำทีมที่ผ่านเข้ารอบไปร่วมฝึกประสบการณ์เรียนรู้ภาคปฏิบัติเพื่อเข้าสู่รอบชิง ชนะเลิศ โดยผลการตัดสินมีผู้ได้รับรางวัล ดังนี้

สำหรับรางวัล รุ่นอุดมศึกษา (ระดับปริญญาตรี)  ผ่านเข้ารอบ 5 ผลงาน

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ใครไม่คัดมังคุดคัด ผลงาน มังคุดคัดฉายรังสี : มหาวิทยาลัยมหิดล ผลงานมังคุดคัด ซึ่งเป็นของกินขึ้นชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถเก็บได้นาน โดยสีเนื้อของมังคุดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ทีมจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นนี้ โดยใช้เทคโนโลยีการฉายรังสี เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษา และเพื่อคงสภาพของผลิตภัณฑ์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด สามารถคงความสดได้นานขึ้น ส่งผลให้สินค้าออกสู่ตลาดและเป็นที่รู้จักมากขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร

ผลงานของ นางสาวทิพย์นภา ศรีอ่อน และนางสาววรรัตน์  ผดุงศิลป์ไพโรจน์ 

รับเงินรางวัล จำนวน 30,000 บาท


รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ทีม SU POWER UP ผลงาน ข้าวเหนียวเห็ดหอมสอดไส้น้ำพริกอ่อง : มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

ผลงานของนางสาวพรทิภา สอดสุข นางสาวพนิดา ตรีพงษ์พันธ์ นางสาวศิรประภา รอดจินดา 

รับเงินรางวัล จำนวน 15,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2

ได้แก่ทีม ข้าวแต๋น แต่นแตนแต๊น ผลงาน ข้าวแต๋นปักษ์ใต้ : สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา  ผลงานของ นางสาวณิชกานต์ เกตุแก้ว นายชัชชัย เจริญเล็กอุทัย นางสาวหนึ่งฤทัย แอร่มหล้า

รับเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท

รางวัลชมเชย ได้แก่ ทีม PUTA (ปาทู) ผลงาน อ่องปูนาฉายรังสี : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผลงานของ นายภาณุพงษ์ พฤกษชาติ นางสาวประภัสนัน อ้นอารี นางสาวอารียา สายบตุร 

รับเงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท

รางวัลชมเชย ได้แก่ ทีม FMB ผลงาน ผลิตภัณฑ์ไส้กรอกเนื้อปลาส้มฉายรังสี : มหาวิทยาลัยศรีนค รินทรวิโรฒ

ผลงานของ นายกรพล คมง้าว นางสาวอภิญญา  พวงทวี นางสาวสุมินา  ธรรมกิตติ

รับเงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท


รุ่นบัณฑิตศึกษา (ระดับปริญญาโทและเอก)  ผ่านเข้ารอบ 2 ผลงาน

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ยิ่งฉาย ยิ่ง Shine ผลงาน หรอยแรง หนมจีนไม่ไร้น้ำยา : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการพัฒนาขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ ให้เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค โดยการใช้เทคโนโลยีการฉายรังสี ซึ่งสามารถคงกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเครื่องแกง น้ำยาปักษ์ใต้ และสามารถยืดอายุเก็บรักษาให้นานขึ้นได้

ผลงานของ นางสาวรัฐนันท์  ติลกกุล นางสาวสยามล เผือกสีอ่อน นางสาวณัชชา รัตนลือชากุล

รับเงินรางวัล จำนวน 30,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ ทีม MU Innovator ผลงาน MoldiBean (ผลิตภัณฑ์เทมเป้ถั่วไทย ผสม) : มหาวิทยาลัยมหิดลผลงานของ นายยศสรัล  บุญทาตุ้ย นางสาวนันทิชา  บุรี  นายยุทธพล  วงษ์กิติโสภณ

รับเงินรางวัล จำนวน 15,000 บาท

ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากเฟชบุ้ก LIVE สด ได้ที่

https://www.facebook.com/KasetmueproSmartFarmer/videos/3333034093482929/

โครงการประกวดนวัตกรรมอาหารฉายรังสี (1)

https://www.facebook.com/KasetmueproSmartFarmer/videos/267249534628344/

โครงการประกวดนวัตกรรมอาหารฉายรังสี (2)

https://www.facebook.com/KasetmueproSmartFarmer/videos/1705786616264120/

โครงการประกวดนวัตกรรมอาหารฉายรังสี (ประกาศผล)















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...