ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วช. ลงพื้นที่นำชีวภัณฑ์แบคทีเรียช่วยเกษตรกร ชาวสวนปาล์มกำจัดโรคโคนเน่าในต้นปาล์มน้ำมัน ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี


 เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ จัดการอบรมสวนปาล์มน้ำมันเพื่อควบคุมโรคลำต้นเน่า โดยชีววิธี ให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ณ อำเภอพุนพิน และอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฏร์ธานี


ดร.กลอยใจ สำเร็จวาณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ วช. เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยฯ ได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัย ด้วยชีววิธีช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จากโรคศัตรูพืช ในการนำแมลงตัวดี ตัวห้ำ  ตัวเบียน และเชื้อจุลินทรีย์ ให้กับเกษตรกรที่ทำนาข้าว ไร่มันสำปะหลัง สวนส้มโอ สวนมะพร้าว ฯลฯ ทั่วภูมิภาคในประเทศ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากแมลงศัตรูพืชตัวร้ายที่ทำลายพืชผักของเกษตรกร ในครั้งนี้ วช.ได้รับการร้องขอจากเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อกาโนเดอร์มาร์ หรือโรคโคนเน่า ในต้นปาล์มน้ำมัน ซึ่งชาวสวนปาล์มในเขตจังหวัดภาคใต้ในหลายจังหวัดตั้งแต่จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช กระบี่ สุุราษฏร์ธานี เป็นต้น โดยจังหวัดสุราษฏร์ธานีเป็นพื้นที่ปลูกสวนปาล์มมากถึง 25% เกษตรกรได้รับความเสียหายสูญเสียรายได้ จากต้นปาล์ม ยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก  วช. จึงได้ร่วมกับศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา โดย รศ.ดร.อัจฉรา เพลงหนู ผู้อำนวยศูนย์วิจัยฯ ภาคใต้ จัดการอบรม ให้ความรู้กับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ด้วยการนำเทคโนโลยี และชีวภัณฑ์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน  ณ ห้องประชุมบริษัททักษิณอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (1993) จำกัด ตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และวันที่ 23 กันยายน 2563 ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตาปี-อิปัน ผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ณ บริษัท เอส.พี. โอ.อโกร อินดัสตรี้ส จำกัด ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ผู้แทนกลุ่มละประมาณ 50 คน ได้รับความรู้เรื่อง ลักษณะการเข้าทำลายของโรคลำต้นเน่าเกิดจากเชื้อ Garnoderma Boninense หรือโรคโคนเน่า ซึ่งเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเกิดโรค การทำลายเชื้อโรคไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเป็นส่วนใหญ่ และยังไม่มีวิธีที่จะทำลายเชื้อ ทำให้เกิดความเสียหายไม่ต่ำกว่า 4 -50 %  และผลผลิตลดลงเกินกว่า 50%   เกษตรกรในแต่ละกลุ่มมีจำนวนเกือบ 300 ราย ในพื้นที่สวนปาล์มกว่า 10,000 ไร่ 




ดร.กลอยใจฯ กล่าวต่อว่า คณะนักวิจัย โดย ดร.จุฑามาศ แก้วมโน และอาจารย์ธีระพงศ์  จันทร์นิยม ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ได้ศึกษาการนำเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ที่สามารถควบคุมเชื้อราในดินที่เข้าทำลายรากจนเป็นสาเหตุโรคลำต้นเน่ามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนปัจจุบันพัฒนาเป็นชีวภัณฑ์แกรนูลพร้อมใช้  2 สูตร คือ ชีวภัณฑ์แบคทีเรีย Bacillus sp.(B-plam1 ) สำหรับควบคุมโรคลำต้นเน่า และชีวภัณฑ์แบคทีเรีย Bacillus sp.(B-plam 2 ) สำหรับเสริมสร้างการเจริญเติบโตของรากด้วย โดยใช้ ปริมาณ 20 กรัมละลายในน้ำสะอาด 5 ลิตร ฉีดเข้าลำต้นที่เป็นโรค ประมาณ 1 เดือน ดอกเห็ดของเชื้อราลดลง มีรากใหม่งอกเพิ่มขึ้น สามารถกลับมาให้ผลผลิตได้เหมือนเดิม
 


ทั้งนี้เกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจากแมลงศัตรูพืช สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. โทรศัพท์ 025612445


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...