ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ขยายเวลาการรับสมัคร!!! NIA สร้างประตูเชื่อมเปิดรับสมัครกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างหุ้นส่วนการตลาดรูปแบบใหม่กับสตาร์ทอัพสายเกษตร

 


NIA ผนึกกำลังกับพันธมิตรดำเนินโครงการ AgTech4OTOP ร่วมพลิกโฉมเศรษฐกิจชุมชนสู่การเติบโตไปพร้อมกับสตาร์ทอัพสายเกษตร เปิดรับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่นตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 กันยายนนี้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ร่วมพัฒนาสินค้าเกษตรขึ้นบนแพลตฟอร์มตลาดรูปแบบใหม่ของสตาร์ทอัพ เป็นการสร้างสะพานเชื่อม ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน


ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า สนช.โดยศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร (Agro Business Creative Center, ABC center) ดำเนินโครงการสร้างตลาดรูปแบบใหม่จากสตาร์ทอัพด้านการเกษตรสำหรับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น หรือ AgTech4OTOP โดยร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการพัฒนาชุมชน และกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การสนับสนุนจากคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ แห่งชาติ เป็นการสร้างโอกาสและช่องทางตลาดสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่นในรูปแบบใหม่ๆ ที่มีศักยภาพออกสู่ตลาด บนแพลตฟอร์มของสตาร์ทอัพด้านการเกษตรไทย (AgTech Startup) ในสาขาที่มีการพัฒนารูปแบบในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตสินค้าการเกษตรไปสู่ผู้บริโภคให้สามารถขยายผลและกระจายได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบเจ้าของร่วมผลิต ระบบการประมูลสินค้าเกษตร หรือ E-biding ระบบตลาดออนไลน์ หรือ Marketplace และ ระบบการขายออนไลน์ส่งมอบให้ผู้บริโภคและธุรกิจเกษตร (B2B /B2C) เป็นการสร้างแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงนวัตกรรมการเกษตรสู่เกษตร 4.0 ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการขยายผลรูปแบบการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรจากฟาร์มสู่ผู้บริโภคของสตาร์ทอัพไทย สู่การใช้งานของเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น
ข้าวสังข์หยดพัทลุง GI

ทั้งนี้ กลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เป็นกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินโครงการนี้ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าทางการเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย รวมทั้งสินค้าที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ลิ้นจี่บางขุนเทียน ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ข้าวเจ๊กเชย เสาไห้ สระบุรี แต่อย่างไรก็ตามผลิตผลทางการเกษตรถูกรวบรวมจากไร่ของเกษตรกรและจัดจำหน่ายโดยกลุ่มพ่อค้าคนกลาง (Middle-man) โดยเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพ่อค้าคนกลางเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จนนำมาสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ทำให้การดำเนินชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น การซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์จะเติบโตต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากปกติผู้บริโภคซื้อสินค้าตามตลาดท้องถิ่น หรือศูนย์การค้า เปลี่ยนมาเป็นการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ทำให้เป็นโอกาสของการพัฒนาระบบตลาดในรูปแบบใหม่ที่จะเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค โดยกลุ่มสตาร์ทอัพด้านตลาดเกษตรจะเป็นผู้มาตอบโจทย์และเพิ่มช่องทางตลาดให้หลากหลายยิ่งขึ้น

มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว GI
ส้มโอทับทิมสยาม ปากพนัง GI


โอกาสครั้งสำคัญของกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น จะได้พัฒนาตลาดสินค้าในช่องทางใหม่ๆ ผ่านการทำงานคู่กับพันธมิตรธุรกิจที่เป็น สตาร์ทอัพด้านการเกษตร ที่มีแพลตฟอร์มนำสินค้าเกษตรไปสู่ตลาดรูปแบบใหม่ๆ นอกเหนือจากนั้น ผู้ที่ได้ผ่านการคัดเลือกยังได้รับการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์จากกูรู วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ มากมายหลายท่าน ในการเสริมสร้างศักยภาพด้านระบบตลาดรูปแบบใหม่ แนวทางด้านนวัตกรรมการเกษตร การประยุกต์ให้เกิดการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น และการบริหารจัดการขนส่ง มากไปกว่านั้น จะได้บ่มเพาะและลงมือปฏิบัติจริงในการพัฒนาและทดสอบตลาดนำสินค้าเกษตรขึ้นบนแพลตฟอร์มของสตาร์ทอัพ เพื่อเติมเต็มและเติบโตธุรกิจเกษตรไปด้วยกัน” ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติม



ทั้งนี้เปิดรับสมัคร กลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 กันยายน 2563 โดยสามารถสมัครร่วมโครงการผ่านทางออนไลน์ได้ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://agtech4otop.nia.or.th/ หรือ Facebook : AgTech4OTOP หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 098-257 0888 (ทินวัฒน์) อีเมล Thinnawat.s@nia.or.th

 







 







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...