ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วช.ชู 10 งานวิจัยอาหารช่วยสร้างสันติภาพตามวิสัยทัศน์โนเบล



 จนกว่าจะถึงวันที่เรามีวัคซีนทางการแพทย์ อาหารคือวัคซีนชั้นเยี่ยมที่จะรับมือกับความวุ่นวาย” คำแถลงของ คณะกรรมการรางวัลโนเบล ซึ่งประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปีล่าสุด ให้แก่ “โครงการอาหารโลก” ฝ่ายให้ความช่วยเหลือด้านอาหารขององค์การสหประชาชาติ ที่มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอแก่ตนเองและครอบครัว

การมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2563 นี้ สะท้อนถึงความสำคัญของอาหารต่อความสงบสุขของมนุษยชาติ โดยคณะกรรมการรางวัลโนเบลได้ระบุว่า ความหิวโหยและการสู้รบเป็นวัฏจักรอันเลวร้าย สงครามและความขัดแย้งเป็นสาเหตุของความมั่นคงทางอาหารและความหิวโหยได้ ในทางกลับกันความหิวโหยและความไม่มั่นคงทางอาหารก็เป็นสาเหตุให้ความขัดแย้งที่แฝงอยู่ปะทุไปสู่ความรุนแรงได้


สำหรับประเทศไทยมีภาคการเกษตรกรที่เสมือนเป็นทั้งครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางอาหารอันเป็นหนทางสร้างสันติภาพอีกทาง ตัวอย่างเช่นในปีงบประมาณ 2561 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.บริหารจัดการทุน 70 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ กลุ่มเรื่องอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าและความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคและการค้า ซึ่งมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทั้งสิ้น 31 โครงการ

ตัวอย่างงานวิจัยด้านอาหารที่ได้รับการสนับสนุนที่น่าสนใจ เช่น 1.งานวิจัย “คุณภาพและความปลอดภัยของแมลงในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการบริโภคอย่างยั่งยืน” โดย ดร.วรงค์ศิริ เข็มสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างแมลง 2 ชนิด คือ จิ้งหรีด และ ดักแด้หนอนไหม จากแหล่งจำหน่ายแมลงสดแหล่งใหญ่ และแหล่งจำหน่ายแมลงทอดทั้ง 4 ภูมิภาคของประเทศไทย 


งานวิจัยโดย ดร.วรงค์ศิริ ไม่พบว่ามีความเสี่ยงจากยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีที่มีผลต่อสุขภาพ ทว่าพบฮีสตามีนและเชื้อจุลินทรีย์ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภค จึงมีคำแนะนำในการควบคุมการจัดจำหน่ายสดให้ถูกสุขลักษณะ และใช้ตู้แช่เย็นหรือห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียสตลอด เพื่อชะลอกิจกรรมของจุลินทรีย์ เอ็นไซม์ในแมลง และการสร้างสารฮีสตามีน และยืดอายุการจัดเก็บให้นานขึ้น

2.งานวิจัย “ผลการรับประทานไข่ไก่กับผลต่อโภชศาสตร์ระดับโมเลกุลรายบุคคลในเด็กประถมศึกษา” โดย ดร.กรภัทร มยุระสาคร มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าการรับประทานไข่ไก่ทั้งฟองไปพร้อมมื้ออาหารกลางวันของเด็กนักเรียน ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีน้ำหนักและส่วนสูงที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยไม่ส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดขณะที่การรับประมาณโปรตีนอื่นในปริมาณเท่ากันไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต เป็นการยืนยันว่าไข่ไก่ทั้งฟองโดยเฉพาะไข่แดงสามารถแก้ปัญหาทุพโภชนาการของเด็กนักเรียนในชุมชนที่ห่างไกลได้จริง



3.งานวิจัย “การศึกษาผลของอาหารเจลถั่วชีวภาพในผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบาก” โดย ศ.ดร.นพ.กิตติพันธุ์ ฤกษ์เกษม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากถั่วเน่า ที่เป็นอาหารพื้นบ้านล้านนา และจากข้อมูลดังกล่าวได้นำไปพัฒนาอาหารเจลถั่วชีวภาพ ที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบาก โดยได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ในรูปถุงฟอยล์รีทอร์ทแบบมีจุกพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นแนวทางบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้สูงอายุและคนพิการของญี่ปุ่น

4. งานวิจัย “ต้นแบบการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อลดการปนเปื้อนปริมาณโลหะหนัก ในการผลิตปลาร้าที่ใช้เกลือดินในการผลิต กรณีศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์” โดย ผศ.ดร.อนงค์นาถ โรจนกร วังคำหาญ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ศึกษาข้อมูลความเสี่ยงการปนเปื้อนโลหะหนักในปลาร้าของพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์และพื้นที่ใกล้เคียง โดยวิเคราะห์ปริมาณโลหะที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย 4 ชนิด คือ สารหนู ตะกั่ว แคดเมียม และปรอท เพื่อนำไปสู่การสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ปลาร้าที่ใช้เกลือสินเธาว์ในการผลิตอย่างปลอดภัย



งานวิจัยโดย ผศ.ดร.อนงค์นาถ เสนอแนวทางลดการปนเปื้อนของโลหะหนักในปลาร้า โดยแนะนำให้ล้างทำความสะอาดปลาสด ขอดเกล็ดและควักไส้ แล้วคลุกเกลือและข้าวคั่ว จากนั้นบรรจุในภาชนะพลาสติกแบบมีฝาปิดสนิท เพื่อป้องกันการปนเปื้อนระหว่างการหมัก พบว่าวิธีหมักดังกล่าวลดปริมาณการปนเปื้อนของสารหนูได้ 31.90% และไม่พบการปนเปื้อนแคดเมียม ตะกั่ว และปรอท

5.งานวิจัย ”การพัฒนาต้นเชื้อผสมในการผลิตข้าวหมากโปรไบโอติกเพื่อการค้า” โดย ผศ.ดร.เจริญ เจริญชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งยังได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยส่วนหนึ่งจาก บริษัท ซีเอ็ม โภคภัณฑ์ จำกัด ผลการวิจัยได้สายพันธุ์เชื้อราและยีสต์จากข้าวหมาก และได้แบคทีเรีย 120 ไอโซเลทจากลูกแป้ง โดยมีแบคทีเรีย  65 ไอโซเลทที่มีคุณสมบัติเป็นแบคทีเรียกรดแลคติก และอีก 6 ไอโซเลทมีคุณสมบัติเป็นแบคทีเรียโปรไบโอติก และยังได้สูตรและเทคโนโลยีผลิตข้าวหมากที่มีโปรไบโอติก ซึ่งต่างจากข้าวหมากจากลูกแป้งที่ไม่มีโปรไบโอติก


6. งานวิจัย “การพัฒนาอาหารเหลวเสริมสุขภาพสำเร็จรูปเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับผู้สูงอายุ” โดย ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาอาหารเหลวเสริมสุขภาพเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้โปรตีนจาก 2 แหล่ง คือ โปรตีนไข่ขาวจากไข่ไก่ ซึ่งจัดเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีในการบริโภคสำหรับผู้สูงอายุ และโปรตีนจากเลือดจระเข้ที่แสดงฤทธิ์ทางชีวภาพโดดเด่นและยังเป็นแหล่งของธาตุเหล็กที่มาจากธรรมชาติ

7. งานวิจัย “การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทางสายให้อาหารชนิดผงต้นแบบสำหรับผู้ป่วยโรคไต” โดยนางชุติกาญจน์ ศักดิ์พิศุทธิกุล มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในชุมชนผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงอาหารทางการแพทย์ได้ และภาวะทุพโภชนาการมีผลให้การรอดชีวิตของผู้ป่วยลดลง นักวิจัยจึงได้พัฒนาผงอาหารทางท่อสำหรับผู้ป่วยไตเทียม เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตทุกรายได้ใช้ผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังใช้ได้กับผู้ป่วยโรคไตที่ต้องการดื่มเสริมทางปาก และผู้ป่วยที่ต้องรับอาหารทางสายให้อาหาร


8. งานวิจัย “การพัฒนาตำรับอาหารท้องถิ่นเป็นอาหารพิเศษสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน” โดย ดร.สุธีรา อินทเจริญศานต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ได้พัฒนาอาหารพิเศษสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจากตำรับอาหารท้องถิ่นของ 3 ชาติพันธุ์ใน จ.สุรินทร์ ได้แก่ ไทยเขมร ไทยกูย และไทยลาว ซึ่งได้ตำรับอาหารพิเศษ 40 ตำรับ แบ่งเป็นอาหารคาว 21 ตำรับ เช่น แกงกล้วย ต้มยำไก่บ้านใบไชยา แกงสายบัวปลาทู แกงเปรอะ แกงเห็ด และอาหารหวาน 19 ตำรับ เช่น ขนมกล้วย ขนมเทียน ขนมต้มอัญชัน ขนมสายบัว ซึ่งอนาคตจะได้ทดสอบประสิทธิผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวานระดับคลินิกต่อไป

9. งานวิจัย “โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งเกี๊ยวและเส้นราเม็งไร้กลูเตนแป้งถั่วแดงหลวงท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาคุณสมบัติเฉพาะเชิงคุณภาพทางด้านการแพทย์และการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์” โดย ดร.ปวาลี ชมภูรัตน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งนอกจากพัฒนาแป้งสำหรับแผ่นเกี๊ยวและเส้นราเม็งไร้กลูเตนจากถั่วแดงหลวงท้องถิ่นแล้ว ยังศึกษาผลของแป้งจากถั่วแดงหลวงต่อระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน การทำงานของไต และการอักเสบในหนูที่ถูกเหนี่ยวให้เกิดโรคเบาหวาน รวมทั้งประเมินต้นทุนและความคุ้มทุนในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารไร้กลูเตน


10. งานวิจัย “การศึกษาการสูญเสียอาหารในภาคการผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย” โดย รศ.ดร.อรรถวานิช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่มีเป้าหมายกำหนดนิยามและขอบเขตการสูญเสียอาหารที่เป็นทางการของประเทศไทยที่สอดคล้องกับนิยามที่ใช้ในระดับนานาชาติ และคำนวณการสูญเสียอาหารในภาคการผลิตทางการเกษตรของไทยใน 5 สินค้า ได้แก่ มันสำปะหลัง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี นมโคยูเอชที และปลานิลสด ซึ่งจะถูกใช้เป็นข้อมูลในการทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยตามกรอบขององค์การสหประชาชาติ 

 จากตัวอย่างงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช.เหล่านี้ จะเห็นได้ว่าเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ครอบคลุมกลุ่มคนที่หลากหลาย ทั้งบุคคลทั่วไป ผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ซึ่งนอกจากสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมในสังคมแล้ว ยังเป็นวิถีสู่สันติสุขและสันติภาพตามวิสัยทัศน์ของโนเบลอีกด้วย

#อาหารช่วยสร้างสันติภาพ #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ #วช5G






 



 










 

 

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...