ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วว. จัดตั้งศูนย์บริการ วิเคราะห์ ทดสอบ ด้านอาหารฟังก์ชั่นครบวงจร รองรับการขอขึ้นทะเบียน อย. เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค



 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดตั้ง “ศูนย์บริการ วิเคราะห์ ทดสอบ ด้านอาหารฟังก์ชั่นครบวงจร” ครอบคลุม 13 สาขาวิเคราะห์ทดสอบมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของผู้ประกอบการไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งภายในประเทศ/ต่างประเทศ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ยั่งยืน


ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. ได้จัดตั้ง “ศูนย์บริการ วิเคราะห์ ทดสอบ ด้านอาหารฟังก์ชั่น” เพื่อรองรับการขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของผู้ประกอบการ ซึ่งการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชั่นให้สามารถขึ้นทะเบียน อย. ได้นั้น ต้องปฏิบัติตาม Guideline ต่างๆที่ อย.กำหนด เช่น ผลิตภัณฑ์นั้นต้องมีความปลอดภัย หรือผ่านการทดสอบความเป็นพิษและประเมินความปลอดภัยแล้ว หรือหากต้องการการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ก็ต้องมีการพิสูจน์ฤทธิ์ต่างๆ ทั้งในระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง ตลอดจนมีการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์ โดย ศูนย์บริการฯ ของ วว. พร้อมให้บริการและสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ครอบคลุมตามมาตรฐานสากล

“...ปัจจุบันผู้บริโภคมีความตระหนักและมีแนวโน้มใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากมูลค่าส่วนแบ่งการตลาดของอาหารสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น และแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของโลกที่มุ่งไปสู่ "อาหารเพื่อสุขภาพ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทอาหารฟังก์ชั่น (Functional Foods)" ซึ่งมูลค่าตลาดของ Functional Foods ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังแซงหน้าอาหารเพื่อสุขภาพในกลุ่มอื่นๆ  การจัดตั้ง “ศูนย์บริการ วิเคราะห์ ทดสอบ ด้านอาหารฟังก์ชั่น” เป็นการดำเนินงานในมิติเชิงรุกของ วว. ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการ โดยเรามีทีมนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา มีเครื่องมือที่ทันสมัย และเรามีศักยภาพ มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการวิจัยและพัฒนา ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบต่างๆ ด้านอาหารฟังก์ชั่นอย่างครบวงจร...” ผู้ว่าการ วว. กล่าว



ทั้งนี้ อาหารฟังก์ชั่น (Functional Foods) มีนิยามที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ แต่โดยทั่วไปหมายถึง ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีการเติมสารอาหารบางอย่างเข้าไป อาทิ สารสกัดจากธรรมชาติที่ให้ประโยชน์นอกเหนือจากคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน สารอาหารฟังก์ชั่นเหล่านั้นจะส่งผลดีต่อสุขภาพ และ/หรือ ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคต่างๆ ที่สำคัญ คือ การยังคงสภาพเป็นอาหาร ไม่ใช่แคปซูลหรือเป็นผงเหมือนยา และไม่มีข้อจำกัดในการบริโภค เช่น ช่วยส่งเสริมและควบคุมให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ (Rhythm of physical condition)  ป้องกันหรือชะลอความเสื่อมของเซลล์  ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจากภาวะทุพโภชนาการ และควบคุมอาการของโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน ความดัน เป็นต้น ทั้งนี้หากมีศูนย์บริการ วิเคราะห์ ทดสอบ ด้านอาหารฟังก์ชั่นที่เชี่ยวชาญจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพมาตรฐาน



ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต กล่าวต่อว่า  ปัจจุบัน วว. มีศักยภาพในการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบต่างๆ ด้านอาหารฟังก์ชั่น (Functional Foods) อย่างครบวงจร ดังนี้  1.การทดสอบฤทธิ์ต่างๆ ทางชีวภาพเบื้องต้นของสารสกัด/ผลิตภัณฑ์  ได้แก่ ทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ ทดสอบฤทธิ์ต้านเอนไซม์อะซิติลโคลีนเอสเตอเรส ทดสอบฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไลเปส เอนไซม์อะไมเลส เอนไซม์กลูโคซิเดส เอนไซม์8vg]lg9viv]gvlgmvgil 2.การวัดปริมาณสารสำคัญต่างๆ ได้แก่ ปริมาณสารประกอบฟินอลิครวม ปริมาณแอนโธไซยานิน ฟลาโวนอยด์รวม เบต้าแคโรทีนรวม  3.การทดสอบคุณสมบัติทางด้านเภสัชจลนศาสตร์ของสารต่างๆ  และ 4.การทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกัด/ผลิตภัณฑ์ (Pharmacological Testing) ในหลอดทดลอง



ทั้งนี้ ในส่วนของการทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกัด/ผลิตภัณฑ์ในหลอดทดลอง จะให้บริการครอบคลุมในสาขาต่างๆ ได้แก่  1.) โรคกระดูกและข้อ (Bone and Joint diseases) เช่น การทดสอบฤทธิ์ส่งเสริมการสร้างกระดูกและยับยั้งการสลายกระดูก  การทดสอบฤทธิ์ของสารต่อโรคข้อเสื่อม การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แซนทีนออกซิเดส  ฤทธิ์ในการขับกรดยูริก 2.) โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ (Cardiovascular disease) เช่น การทดสอบฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่มีบทบาทหลักต่อการย่อยอาหารไขมันในทางเดินอาหาร  การทดสอบสารต่อการลดการสะสมไขมันภายในเซลล์เพาะเลี้ยงเซลล์ไขมัน 3T3-L1 การทดสอบฤทธิ์ต่อกระบวนการละลายของโคเลสเตอรอลในไมเซลล์  การทดสอบฤทธิ์ของสารต่อการคลายตัวของหลอดเลือดหัวใจ 3.) โรคระบบประสาทและสมอง (Neurological and Brain disease) เช่น  การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ AchE,  การศึกษาในการป้องกันและลดการทำลายของเซลล์ประสาท SH-SY5Y และการประเมินศักยภาพของสารต่อการฟื้นฟูความจำบกพร่องในหนูแก่


           4.) โรคระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal diseases) เช่น การศึกษาฤทธิ์ในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงไขมันพอกตับ   การทดสอบฤทธิ์ของสารต่อการเพิ่มการหดตัวหรือคลายตัวของลำไส้   5.) โรคมะเร็ง (Cancer) เช่น การทดสอบความเป็นพิษติ่เซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติ  การทดสอบฤทธิ์ของสารต่อการตายแบบอะพ๊อพโตซิสในเซลล์มะเร็ง  การทดสอบฤทธิ์ของสารต่อการยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ด้วยวิธี Wound healing assay   6.) ระบบภูมิต้านทาน (Immune system) เช่น การทดสอบฤทธิ์ของสารต่อการส่งเสริมการทำงานของ NK cells  การทดสอบฤทธิ์ของสารต่อการต้านการอักเสบ  การทดสอบฤทธิ์ของสารต่อการกระตุ้นการทำงานของ B-cell และ T-cell  7.) มวลกล้ามเนื้อ (Muscle mass) เช่น การศึกษาประสิทธิภาพและกลไกในการเสริมสร้างหรือเพิ่มมวลกล้ามเนื้อของสาร ประเมินความสามารถในการซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดของสาร

5.ทดสอบฤทธิ์ทางด้านเภสัชวิทยาต่างๆ ในสัตว์ทดลอง ได้แก่  การทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบ  การทดสอบฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดการทดสอบฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทาน และการทดสอบฤทธิ์ลดไขมันในเลือด  6.ทดสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ทางด้านการเป็น Prebiotics และ Probiotics 7.วิเคราะห์คุณภาพด้านกายภาพและเคมีของผลิตภัณฑ์   8.ประเมินคุณภาพด้านประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์ 9.ประเมินอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ 10.ทดสอบด้านพิษวิทยาและการประเมินความปลอดภัยของสารสกัด/ผลิตภัณฑ์  ได้แก่  การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปากในหนูทดลอง  และการทดสอบความเป็นพิษกึ่งเรื้อรังทางปากในหนูทดลอง


11.ทดสอบความปลอดภัยในอาหาร (Food Safety Testing) จากสารปนเปื้อนหรือสารตกค้างในอาหาร (Food contaminants) ได้แก่ การทดสอบหาปริมาณยาปฏิชีวนะ   การทดสอบหาปริมาณเมลามีนและสารอนุพันธุ์   การทดสอบหาปริมาณสารเร่งเนื้อแดง   การทดสอบหาปริมาณสารตกค้างจากยาฆ่าแมลง  การทดสอบหาปริมาณสารกันบูด  การทดสอบหาปริมาณสารกันหืน  การทดสอบหาปริมาณสารให้ความหวานแทนน้ำตาลไมโคทอกซิน  การทดสอบหาปริมาณโลหะหนัก   การดัดแปรทางพันธุกรรม (GMO)    สารก่อภูมิแพ้ (Food allergen)  การทดสอบทางจุลชีววิทยา ได้แก่ เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ยีสต์และรา และการวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาอื่น ๆ   การทดสอบการปลอมปนในอาหาร (Food adulteration)   และการทดสอบความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหาร  12.วิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ และ  13.วิเคราะห์เพื่อหาส่วนประกอบของอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่มประเภทต่างๆ 



“ศูนย์บริการ วิเคราะห์ ทดสอบ ด้านอาหารฟังก์ชั่นครบวงจร วว.” เปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการหรือหน่วยงานที่สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.  0  2577  9142  (ดร.วิริยาภรณ์ สุ่มสกุล และ ดร.สินี ศิริคูณ) E-mail : ff.testing.centre@tistr.or.th





            
















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...