บจธ. จับมือประกันสังคม ช่วยแรงงานคืนถิ่นจากโควิด -19 ช่วยผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมีที่ดินทำเกษตรกรรม
วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2563 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานที่ประสบปัญหาการว่างงานจากสถานการณ์
COVID-19 ระหว่างสำนักงานประกันสังคม
กระทรวงแรงงานและสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. โดยมีคณะผู้บริหารของกระทรวงแรงงานประกอบด้วย
นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน และนายทศพล กฤตวงศ์วิมาน
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม สำหรับคณะผู้บริหารจาก บจธ. ประกอบด้วย พล.ต.อ.
เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมการ บจธ. นายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการ
ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ บจธ. สำหรับพิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้องประชุมจอมพล ป.
พิบูลสงคราม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน
พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมการ บจธ. เปิดเผยว่า
จากสถานการณ์โรคโควิด 19
ทำให้แรงงานได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างเป็นจำนวนมาก ประมาณว่ามีแรงงานในระบบประกันสังคมและแรงงานนอกระบบที่ถูกเลิกจ้างประมาณ
1.3 ล้านคน
แรงงานส่วนใหญ่จะกลับภูมิลำเนาเดิมไม่มีอาชีพรองรับ
การประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงเป็นอาชีพที่สามารถสร้างความมั่นคง
และยั่งยืนในชีวิตได้ ดังนั้น บจธ. และสำนักงานประกันสังคม
จึงได้ร่วมกันบูรณาการทำงานลงนามในบันทึกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานที่ประสบปัญหาการว่างงานจากสถานการณ์
โควิด-19
แก้ไขปัญหาผู้ประกันตนและผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่ประสบปัญหาว่างงาน
ให้มีที่ดินเพื่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
และเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
สำนักงานประกันสังคม (สปส.)
จะมีบทบาทในการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกันตน
และผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่ประสบปัญหาการว่างงานจากสถานการณ์ โควิด-19 เข้ารับความช่วยเหลือตามภารกิจของ บจธ.
ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ เช่น เว็บไซต์/ไลน์ และสำนักงานประกันสังคมทุกพื้นที่/จังหวัด/สาขา
ทั่วประเทศ ส่วน บจธ. จะเป็นผู้จัดหา
จัดสรร และพัฒนาที่ดิน
รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดิน
และด้านเงินทุนประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้ผู้ประกันตนที่ว่างงานจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ขอเข้าร่วมโครงการ และมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ของ บจธ. ภายในงบประมาณที่
บจธ. ได้รับการสนับสนุน นอกจากนี้ บจธ.
จะจัดอบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่
ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการผลิตและการตลาด
เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ความร่วมมือตามบันทึกความร่วมมือมีระยะเวลา 2 ปี
นายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ
บจธ. กล่าวว่า ในเบื้องต้น บจธ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง แต่ขาดแคลนเงินทุนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม บจธ. จะให้การสนับสนุนด้านสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม 2) มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง แต่มีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน หรือสูญเสียสิทธิในที่ดินไปแล้ว
จากการจำนอง การขายฝาก หรือการถูกบังคับคดี
แยกเป็น 2 กรณี คือ กรณี
1 ที่ดินยังไม่หลุดมือ ช่วยเหลือโดยการให้สินเชื่อเพื่อคงสิทธิในที่ดิน
กรณี 2 ที่ดินหลุดมือแล้ว ช่วยเหลือโดยการจัดซื้อที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของ
บจธ. แล้วให้ผู้ขอรับความช่วยเหลือเช่าซื้อ 3)
ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หรือมีแต่ไม่เพียงพอ บจธ. จะเข้าให้ความช่วยเหลือโดยการประสานกับกรมธนารักษ์
นำที่ราชพัสดุที่มีความเหมาะสมสำหรับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ
มาดำเนินการพัฒนาปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและจัดสรรให้กับผู้ขอรับความช่วยเหลือเข้าทำประโยชน์โดยการเช่าช่วงจาก
บจธ. (อัตราค่าเช่าตามที่ บจธ. กำหนด) รายละไม่เกิน 3 ไร่
เมื่อเข้าทำกินในที่ดินดังกล่าวไม่น้อยกว่า 3 ปี
และมีความประสงค์ที่จะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินในที่ดินใกล้กับถิ่นพำนักของตนเอง
ก็สามารถที่จะยื่นคำขอให้ บจธ. จัดซื้อที่ดินเพื่อนำมาให้เช่าซื้อต่อไปได้




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น