ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"7แล้วจบ" ชวนแยกและลดขยะให้เหลือศูนย์ (Zero Waste) มีอะไรบ้าง? ไปหาคำตอบได้ในงานมหกรรมวิทย์’ 63

 


สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมจัดบูธในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2563 ชูกิจกรรม "7แล้วจบ" ช่วยลดปริมาณขยะด้วย 7 วิธี และคัดแยกขยะ 4 ชนิด ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป และขยะอันตราย แนะแยกให้ถูกถัง ทิ้งให้ถูกสี ดีต่อชุมชน 


สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมจัดบูธในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2563 โดยนำเสนอนิทรรศการและกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนรู้การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดจำนวนของเสียให้เหลือศูนย์ ส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ไฮไลท์ "7แล้วจบ ช่วยลดปริมาณขยะ" 


ภายในบูธ วช. มีกิจกรรมวาดภาพระบายสีเกี่ยวกับการแยกขยะ กิจกรรมระบายสีบนกระเป๋าผ้าและได้รับเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน และกิจกรรมบิงโกเพื่อแลกของรางวัลหลังเรียนรู้การลดขยะ 7 วิธี ได้แก่ 1. รีฟิวส์ (Refuse) ปฏิเสธบรรจุภัณฑ์สร้างมลพิษ เช่น กล่องโฟมและพลาสติก 2. รีไซเคิล (Recycle) แยกขยะให้ง่ายต่อการนำไปแปรรูป เปลี่ยนขยะให้มีชีวิตอีกครั้ง 3.รียูส (Reuse) ใช้แล้วใช้อีก จนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน 4. รีฟิล (Refill) เลือกใช้สินค้าแบบเติม เพื่อไม่เพิ่มเกินความจำเป็น 5. รีแพร์ (Repair) ของเสียให้หัดซ่อม ต้องใช้ให้คุ้มก่อนกลายเป็นขยะ 6. รีเทิร์น (Return) อุดหนุนสินค้าหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์ทำให้ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง และ 7. รีดิวซ์ (Reduce) เลิกกินทิ้ง กินขว้าง เกินความจำเป็น เพื่อลดการสร้างขยะ พร้อมเรียนรู้การแยกขยะ 4 ชนิด ได้แก่ ขยะอินทรีย์ คือขยะที่ย่อยสลายง่ายตามธรรมชาติ เช่น ผัก เศษอาหาร ขยะรีไซเคิล คือขยะที่แปรรูปใช้ใหม่ได้ เช่นแก้ว เศษกระดาษ ขยะทั่วไป คือขยะที่ย่อยสลายยาก เช่น พลาสติกใส่อาหาร กล่องโฟม และขยะอันตราย ภายใต้แนวคิดแยกให้ถูกถัง ทิ้งให้ถูกสี ดีต่อชุมชน


ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ อริยะเครือ จากสาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผู้ได้รับมอบหมายในการออกแบบกิจกรรมภายในบูธ วช. ระบุว่า ได้รับโจทย์ให้ออกแบบกิจกรรมที่ใช้เวลาน้อย รองรับคนจำนวนมาก และเข้ากับแนวคิดลดปริมาณขยะ โดยเลือกกิจกรรมระบายสีบนผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผ้าที่ใช้เป็นผ้าฝ้ายดิบ ไม่ผ่านการฟอกย้อมด้วยสารเคมี ส่วนสีที่ใช้ในกิจกรรมระบายสีเป็นสีพิมพ์ผ้าที่ผสมน้ำได้และย่อยสลายไปพร้อมกระเป๋าผ้า และออกแบบกระเป๋าที่เหมาะกับผู้เข้าร่วมงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยมีกระเป๋า 3 แบบ คือ กระเป๋าใส่กระบอกน้ำ กระเป๋าใส่เครื่องเขียน และกระเป๋าเอนกประสงค์ 


สำหรับผ้าฝ้ายดิบที่นำมาใช้ในกิจกรรมภายในบูธเป็นผลงานจากงานวิจัยที่ ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ได้รับทุนวิจัยจาก วช. จำนวน 2 โครงการ คือ โครงการการจัดการความรู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาเครื่องทอผ้าแบบยกดอกพิเศษด้วยเครื่องแจ็คการ์ด และโครงการการจัดการความรู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการออกแบบและพัฒนาเครื่องม้วนเส้นด้ายยืนด้วยนวัตกรรมการม้วนแบบอัตโนมัติ โดยผ้าฝ้ายดิบนั้นทอขึ้นจาก "เครื่องทอผ้าแบบแจ็คการ์ด" ซึ่งสามารถทอผ้าให้เป็นลวดลายได้โดยไม่ต้องขึ้นลายและขึ้นตะกอ สามารถทอผ้าได้ลวดเร็วกว่าเครื่องทอทั่วไป 5 เท่า


ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2563 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 23 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.00 - 19.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี และสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ http://www.thailandnstfair.com



 





 






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...