ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“หมอประเวศ” แนะฟื้นประเทศหลังโควิดฯ เลิกพัฒนาแบบแยกส่วน อุ้มเศรษฐกิจพร้อมสังคม

 


รศ.ทนพ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศไทย ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ โดยมี รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วย นายสมปรารถนา ทวีสุข รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การต้อนรับ โดยในงานนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมจาก อปท. ทั่วประเทศ กว่า 300 คน 


โอกาสนี้ รศ.ทนพ.ดร.จักษ์ ให้ข้อมูลถึงแนวนโยบายและแนวทางการดำเนินงานการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง ของกระทรวง อว. ว่า ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้ความสนใจกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างมาก โดยมีนโยบายให้ก่อตั้งสถาบันวิจัยด้านเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับตนเองมองว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจใน "แก่น" หรือ " กระพี้" มากกว่าเปลือก ต้องลงมือปฏิบัติมากกว่าการท่องจำ รัฐบาลมีการเปลี่ยนผ่านตลอดแต่ อปท. จะเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการนำแนวคิดดังกล่าวไปปฏิบัติจริงในระดับชุมชน ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำงาน "โครงการวิจัยนโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์ของพระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและประโยชน์สุข" จึงถือเป็นการทำงานที่ภาคนโยบายได้ทำงานด้านการพัฒนาบนฐานการวิจัยมากขึ้น ทั้งนี้โจทย์สำคัญคือ "ต้องทำให้คนเข้าใจแนวคิดนี้มากกว่าการท่องจำ เข้าใจว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เรื่องแค่การเกษตร เป็นแนวคิดที่ใช้ได้กับผู้คนทุกอาชีพ"


ด้าน ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน นักวิจัยผู้ประสานงานโครงการดังกล่าว เปิดเผยข้อมูลของการจัดงานครั้งนี้ว่า มีขึ้นเพื่อให้ประชาชนในวงกว้างเกิดความตระหนักรู้เรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ได้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจมากขึ้นจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของวิถีเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศจากภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ ได้ อีกทั้งเป็นการสานเครือข่าย อปท. ที่บริหารงานด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในโครงการวิจัย” นโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์ของพระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและประโยชน์สุข ระยะที่ 2” ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. และ สกสว. ซึ่งริเริ่มโครงการในระยะที่ 1 มาตั้งแต่ปี 2559 แล้ว โดยผลการดำเนินการโครงการระยะที่ 2 เบื้องต้น มี อปท. เข้าร่วมเครือข่ายทั้งประเทศรวมทั้งสิ้น 199 แห่ง พร้อมกันนี้ ทีมวิจัยยังได้จัดทำเวทีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ชื่อ "SEP Action" ในรูปแบบ 2 ภาษา (ไทย อังกฤษ) เพื่อเชื่อมโยงเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกไซเบอร์เข้าไว้ด้วยกันซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นสมาชิก มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงทั่วโลก


ต่อมา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิติมศักดิ์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในยุคหลังโควิด - 19” ว่า การพัฒนาประเทศไทยที่ผ่านมา มุ่งเน้นการพัฒนาแบบแยกส่วน มุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจ แต่ไม่เชื่อมโยงกับมนุษย์ สังคม สิ่งแวดล้อม คล้ายคลึงกับเรื่อง "การศึกษา" ที่เอา "วิชา" เป็นตัวตั้งเป็นอย่างเดียว การพัฒนาแบบแยกส่วนจึงนำไปสู่การเสียสมดุลอย่างรุนแรง พร้อมกันนั้นระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมยังสร้างความมั่งคั่งให้คนส่วนน้อย แต่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดการพัฒนาแบบสายกลางระหว่างคอมมิวนิสต์และทุนนิยม ที่สร้างประเทศเราให้มีภูมิคุ้มกันได้ แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด 19 เพราะทำให้เราพึ่งพาตนเองได้ หลังจากนี้จึงต้องมองทุกอย่างแบบองค์รวมและบูรณาการการทำงานร่วมกัน



นอกจากนี้ในภายในงานดังกล่าวยังมีการเสวนาเพื่อสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนการทำงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับ อปท. ทั้งในส่วนของเทศบาลเมือง เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อสรุปเรียนแนวทางการทำงานที่มีศักยภาพร่วมกัน















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...