ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต
ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว.
ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อน Model แพะใน จ.กระบี่
และในพื้นที่ภาคใต้ ขยายผลสำเร็จผ่านงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
โดยได้นำขนแพะมาสกัดเป็นน้ำหอมได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
จากการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม นำโดย นายสายันต์ ตันพานิช
รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ไปยัง ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ และ
มหาวิทยาลัยแพะ โดยมี นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานกรรมการบริษัท ศรีผ่องพานิช จำกัด
ได้ประชุมปรึกษาหารืองานวิจัยด้านแพะและกล่าวถึงการเหลือทิ้งของขนแพะในฟาร์ม
ดร.ขนิษฐา ชวนะนรศรษฐ์
นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร, วว.
จึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาและนำนวัตกรรมการสกัดขนแพะมาพัฒนาน้ำหอมที่มีกลิ่นเฉพาะตัว
มีความโดดเด่น ซับซ้อนและลอกเลียนแบบยาก นอกจากนี้ได้อยู่ระหว่างการวิจัย Male
Pheromone ที่มีในขนแพะเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมน้ำหอมเป็นครั้งแรกของประเทศ
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยและพัฒนาของ วว. ที่เน้นไปที่การใช้วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีในด้านการส่งเสริมการเลี้ยงแพะ การเสริมประโยชน์จากแพะและนมแพะ
ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับฟาร์มแพะในจังหวัดกระบี่และมหาวิทยาลัยแพะนานาชาติ
ศรีผ่องฟาร์ม อ. เมือง จ. กระบี่ ที่มีการเลี้ยงแพะเพื่อการขยายพันธุ์และจำหน่ายมาก
การพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์มูลค่าสูง เช่น
น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากขนแพะมีศักยภาพต่ออุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอางในอนาคต
จะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มของห่วงโซ่อุปทาน
เกิดการสร้างรายได้ต่อชุมชนและการเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนของชุมชน
จังหวัดกระบี่และประเทศไทย
จากการพัฒนาน้ำหอมขนแพะทั้งกลิ่นผู้หญิงและกลิ่นของผู้ชายได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
ดร.ขนิษฐา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขนแพะนี้
มีคุณสมบัติพิเศษ มีกลิ่นฉุนแรง
แต่ในความฉุนนั้นมีกลิ่นที่เฉพาะตัวที่สามารถนำมารังสรรค์เป็นน้ำหอมที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและลอกเลียนแบบยาก
จากการสังเกตพบว่าผลิตภัณฑ์น้ำหอมได้มีการใช้วัตถุดิบที่มีกลิ่นเฉพาะหลายชนิด
ขณะนี้วว.
อยู่ระหว่างการพัฒนาขนแพะที่เหลือจากการสกัดเป็นอุปกรณ์เพื่อเสริมความงาม เช่น
ขนแปรงอ่อนนุ่มปัดแก้มหรือปัดแป้ง ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากเส้นใยขนแพะทดแทนการใช้พลาสติกและโพลิเมอร์
นางศิรินันท์ ทับทิมเทศ
อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว.
ได้กล่าวเสริมถึงงานการวิจัยและพัฒนาน้ำมันหอมระเหยของวว.ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ใช้ในด้านเสริมสุขภาพและความงาม
ดังนั้นการพัฒนาน้ำหอมจากขนแพะจึงเป็นแนวทางการใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอางของประเทศ
แพะ
เป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ
นอกจากจะนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารนานาชนิด แล้ว
ยังสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหอมและอุปกรณ์เสริมความงามได้
ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยหรือ วว.
จึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์จากแพะให้ได้มีผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายเพิ่มมูลค่าขนแพะ
เพื่อยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มรายได้และยกระดับเศรษฐกิจของชุมชน
คนเลี้ยงแพะในจังหวัดกระบี่และทั่วประเทศให้เกิดความยั่งยืนต่อไป




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น