กุญแจสำคัญที่ทำให้อีสท์เวสท์ซีด เป็นเบอร์ 1 ในตลาดธุรกิจเมล็ดพันธุ์ พร้อมส่ง “สปีดแม็ก” แตงกวาสายพันธุ์ใหม่ที่เก็บได้ไว แถมคุณภาพตรงใจตลาดอย่างแรง
ในปีนี้ทุกประเทศทั่วโลกได้เผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ซึ่งส่งผลกระทบกับธุรกิจเกือบทุกภาคส่วน แต่ในทางกลับกัน บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด (เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง)
สามารถที่จะฟันผ่าวิกฤตนี้ได้ และสามารถก้าวผ่านได้อย่างไร พร้อมทั้งยังคงความเป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์อันดับ 1
ในวันนี้ คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์
ซีด จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ “กุญแจสำคัญที่ทำให้อีสท์เวสท์ซีด เป็นเบอร์ 1
ในตลาดธุรกิจเมล็ดพันธุ์” ในโอกาสเปิดบ้าน ณ อีสท์ เวสท์ ซีด (สนง.ใหญ่) อ.ไทรน้อย
จ.นนทบุรี ต้อนรับสื่อมวลชนเกษตรเพื่อร่วมงานใหญ่ “ศรแดงรวมพล...คนปลูกข่าว” EWS Thanks Press
Party จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15-17 ธันวาคม 2563
R&D คือหัวใจหลักผนวกกับปณิธานของผู้ก่อตั้ง
คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เราเป็นเบอร์ 1
คุณวิชัย กล่าวว่า อีสท์ เวสท์ ซีด ให้ความสำคัญเรื่อง R&D ถือว่าเป็นหัวใจหลัก เพราะเป้าหมายของเราคือการเป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์ผักเขตร้อนที่ดีที่สุดในโลก
เรามีการลงทุนเฉพาะในด้านนี้หลายร้อยล้านบาทต่อปี พนักงานในฝ่ายนี้รวมทั้งสิ้นกว่า
1,200 คน ที่คอยคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง บางสายพันธุ์ใช้เวลาพัฒนาหลายปี
มีการทดลองในแปลงทดลอง ทดลองในแปลงเกษตรกร และเมื่อผลผลิตนั้นไปสู่ตลาด ผลตอบรับของพ่อค้าแม่ค้า
จนถึงผู้บริโภคที่ได้รับประทานผักจากเมล็ดพันธุ์ของเราต้องมีรสชาติที่ถูกปากและต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนอีกด้วย
ผนวกกับที่มาของเป้าหมายของเราที่ชัดเจนนี้มาจากปณิธานของผู้ก่อตั้งบริษัทฯ
นั่นก็คือ คุณไซมอน แนนน์ กรู๊ท
ซึ่งท่านมีปณิธานว่า ''เมล็ดพันธุ์ที่ดี
สามารถเปลี่ยนชีวิตคนนับล้านได้” เราทุกคนในองค์กรจึงมีเป้าหมายเดียวกันก็คือทำอย่างไรถึงให้เป็น
“เมล็ดพันธุ์ที่ดี”
อีสท์ เวสท์
ซีด ติด 1 ใน 30 ของโลก จากการจัดอันดับของสื่อระดับโลก FORTUNE
เมื่อวันที่
21 กันยายน ที่ผ่านมา อีสท์ เวสท์ ซีด ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 28
จาก 53 ในรายชื่อบริษัทที่ช่วยเปลี่ยนแปลงโลก (Fortune’s Change the World) จากนิตยสาร
FORTUNE ซึ่งจัดลำดับบริษัทระดับโลกทั่วโลกที่มีนโยบายดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ธุรกิจที่ดำเนินไปด้วยดี
จากการทำดี”
“อีสท์ เวสท์ ซีด เรามุ่งเน้นไปที่เกษตรกรรายย่อยเป็นสำคัญ
ซึ่งเกษตรกรรายย่อยเหล่านี้ถือเป็นพ่อครัวอาหารของโลก
สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
รวมถึงโครงสร้างของบริษัทของเรา พิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงในชีวิตของผู้คน
ในขณะเดียวกันก็สามารถดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จได้ด้วย”
มองปัญหาเป็นความท้าทาย
คุณวิชัย ยังบอกด้วย ในปี 2020 เราต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ๆ จากสภาพแวดล้อม
และวิกฤตโรคภัยต่างๆ แต่เราไม่มองว่ามันเป็นปัญหา แต่เป็นความท้าทายที่เราต้องปรับธุรกิจของเราให้รอดพ้นจากปัญหาเหล่านี้ไปให้ได้
-
วิกฤตภัยแล้งช่วงต้นปี
เราตระหนักเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งนี้
เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นชาวนา รองลงมาคือปลูกพืชไร่
ซึ่งเกษตรกรกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ทางเราจึงได้ริเริ่มทำโครงการ “ศรแดงพืชน้ำน้อย ทางเลือกใหม่ในช่วงภัยแล้ง” ขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรที่ไม่สามารถปลูกข้าวหรือพืชไร่ได้
ให้หันมาปลูกพืชผักที่ใช้น้ำน้อยทำให้เกษตรกรกลุ่มชาวนา
และปลูกพืชไร่มีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัว
-
วิกฤตโควิด-19
ผุดโครงการ “ชวนเพื่อนรัก ปลูกผักอยู่บ้านต้านวิกฤต Covid-19”
ในช่วงแรกที่เราเจอกับวิกฤตโควิด-19 เรามานั่งวิเคราะห์ถึงปัญหาและแนวทางตั้งรับวิกฤตครั้งนี้
ในสถานการณ์ที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน
การปลูกผักถือเป็นกิจกรรมที่เรานำเสนอให้กับประชาชน
โดยเราเป็นบริษัทแรกที่ริเริ่มโครงการ “ชวนเพื่อนรัก ปลูกผักอยู่บ้านต้านวิกฤต Covid-19”
มีการแจกเมล็ดพันธุ์ฟรีให้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งจุดนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้เลยครับ
ทำให้เกิดกระแสการปลูกผักอยู่บ้านไปทั่วประเทศซึ่งถือเป็นภาพบวกกับทางบริษัทฯ
เราครับ
จากประสบการณ์
8 ปีในธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ต่อยอดสู่หัวเรือใหญ่แห่ง APSA
จากเป้าหมายของอีสท์ เวสท์ ซีด ที่มีความมุ่งมั่นต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ผมจะนำเป้าหมายจากประสบการณ์การทำงานตรงนี้ไปต่อยอดใช้กับสมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค
(APSA) โดยผมจะเป็นตัวแทนของทางสมาคมฯ
ร่วมกับภาครัฐบาล ผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
และเป้าหมายที่ผมมุ่งหวังมากที่สุดคือ ประเทศไทยต้องเป็น "SEED
HUB" ของภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคให้ได้ครับ
สุดท้ายคุณวิชัยได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของเมล็ดพันธุ์ตราศรแดงที่เริ่มวางตลาดแล้ว
ว่า เทรนด์สายพันธุ์แตงกวาในปัจจุบัน ต้องถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้เก็บได้เร็ว เพราะจะทำให้เกษตรกรประหยัดค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน
ด้านสารเคมี และในกรณีที่แตงกวาราคาดี ทำให้เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้ทันราคาอีกด้วย
“สปีดแม็ก”
คือสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจากอีสท์ เวสท์ ซีดที่พัฒนาให้เก็บได้เร็วที่สุด ผลผลิตสูง
ติดดกโคนต้น ผลสีเขียวตอง ตอบโจทย์ตลาดทั้งแม่ค้าและตลาดคนทานอีกด้วย
ลักษณะประจำพันธุ์
-
ผลยาว 10-12 ซม. ผลสีเขียวสด ผลยาวสม่ำเสมอ
ตกเกรดน้อย
-
ต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ขึ้นค้างเก่ง มีความทนทานไวรัสแมลงหวี่ขาวได้ดี
-
ติดผลดก เก็บผลผลิตได้สูงถึง 4,000 - 5,000
กก.ต่อไร่
-
อายุเก็บเกี่ยว 32-35 วัน หลังหยอดเมล็ด
“สปีดแม็ก” แตงกวาพันธุ์ใหม่ ให้ผลผลิตไว ติดดก คุณภาพตรงใจตลาดอย่างแรง! ที่ชาวสวนแตงปากท่อ ฝากยืนยันมา
ด้าน ป้าจุ๋ม-คุณชลชนก โพธิ์ดำรงชัย เกษตรกรตำบลอ่างหิน
อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โทร. 098-5353671 บอกว่า
เป็นแฟนพันธุ์แท้ของเมล็ดพันธุ์ตราศรแดงมาอย่างเหนียวแน่น
โดยเฉพาะการปลูกแตงจะเลือกใช้พันธุ์ของศรแดงมาโดยตลอด เพราะประทับใจในคุณภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เคยปลูกอยู่ก็จะเป็นพันธุ์
“ธันเดอร์” และต่อมาคือพันธุ์ “สปีด” กระทั่งล่าสุดได้รับการแนะนำให้ลองใช้พันธุ์ใหม่
“สปีดแม็ก” พื้นที่ตรงนี้ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง เริ่มปลูกเมื่อวันที่
18 พฤศจิกายน 2563 ปรากฏว่ายิ่งทำให้ชอบมากขึ้นไปอีก
ทั้งไม่ว่าจะเป็นการให้ผลผลิตที่ไวกว่า ใช้เวลาเพียงแค่ 32-33 วันก็เริ่มเก็บขายมีดแรกได้แล้ว การติดดอก-ผลแถมดกอีกด้วย
(ติดทุกข้อ) ส่วนเรื่องคุณภาพยิ่งหายห่างไปใหญ่
เพราะตอบโจทย์ตรงใจตลาดทั้งเรื่องสีและขนาด
เรียกว่าไม่ผิดหวังเลยสำหรับแตงกวาพันธุ์นี้ ชอบมากจริงๆ
แตงกวาลูกผสม
“สปีดแม็ก” พร้อมจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าเกษตรภัณฑ์ทั่วประเทศ เกษตรกรท่านใดสนใจสามารถสอบถามได้ที่เบอร์
02-831-7714 ในเวลาทำการ









ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น