8 ธันวาคม 2563 ศาสตราจารย์
นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(กสว.)
เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ
“โครงการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์การจัดทำแผนที่นำทางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรายสาขา
เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ของประเทศไทยมุ่งสู่ยุค 4.0” ครั้งที่ 3 ณ ห้องเวิลด์บอลรูม
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์
โอกาสนี้ ศ.นพ.สุทธิพร ประธาน กสว. กล่าวถึงความสำคัญของการจัดทำของแผนที่นำทางเทคโนโลยีแห่งชาติว่า “โครงการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์การจัดทำแผนที่นำทางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรายสาขาเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ของประเทศไทยมุ่งสู่ยุค 4.0” เป็นโครงการจัดทำแผนที่นำทางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง 10 สาขา กลุ่มแรก คือ การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิม ประกอบด้วย 1) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4) การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 5) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร กลุ่ม 2 คือ 5 อุตสาหกรรมใหม่ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน และมีผู้สนใจลงทุน ประกอบด้วย 1) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม 2) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 3) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 4) อุตสาหกรรมดิจิทัลและ 5) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร
ด้าน รศ.ดร.ณัฐสิทธิ์ เกิดศรี
ผู้อำนวยการโครงการจัดทำแผนที่นำทางเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้เปิดเผยข้อมูลถึง
กรอบการดำเนินงานและความก้าวหน้าของการจัดทำแผนที่นำทางเทคโนโลยีแห่งชาติ
ว่า“แผนที่นำทางเทคโนโลยี”
ถือเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ธุรกิจที่ต้องเตรียมรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ มักจะนำ แผนที่นำทางเทคโนโลยี หรือTechnology Roadmap (TRM) มาใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในอนาคต
ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหลักขององค์กร การทำ TRM คือการออกแบบการทำงานที่คำนึงถึงวิสัยทัศน์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจขององค์กรในระยะยาว
ทั้งในเรื่องของเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ตลาด ผลิตภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนา
การจัดหา ทรัพยากร และการคาดการณ์การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ของโลก ฯลฯ
นำมาวิเคราะห์และสรุปผล แล้วออกแบบเป็นรูปกราฟิกหรืออินโฟกราฟิก
เพื่อใช้สื่อความให้หน่วยงานและหน่วยธุรกิจทุกหน่วยงานในองค์กรเห็นภาพอนาคต
และเส้นทางการเดินไปสู่เป้าหมายในอนาคต
ที่พึงประสงค์ขององค์กรได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
ก่อนการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยีในระดับองค์กร
จะเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอก ที่องค์กรควบคุมไม่ได้โดยตรง เช่น
การเปลี่ยนแปลงของสังคม ทิศทางของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
การเมือง เป็นต้น หลังจากนั้นจะประเมินว่า
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจะมีผลต่อโอกาสทางการตลาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างไร
ขั้นตอนต่อไปคือ การวาดภาพของผลิตภัณฑ์
หรือบริการในอนาคตของธุรกิจที่จะต้องสร้างขึ้น
จากนั้นก็จะเป็นการแยกย่อยถึงองค์ประกอบต่างๆ ของผลิตภัณฑ์หรืบริการในอนาคตว่า
จำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีใดบ้างเป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว
เป็นเทคโนโลยีที่ต้องมีการพัฒนาต่อ
หรือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบันผลของการวิเคราะห์ดังกล่าว
จะนำไปสู่การกำหนดหัวข้อและเนื้อหาของงานวิจัยและพัฒนาที่ต้องทำตลอดไปจนถึงการประมาณการ
ทรัพยากรสำคัญที่องค์กรต้องเตรียมจัดหาให้พร้อม ตรงตามช่วงเวลาที่ต้องการ
ได้แก่ทรัพยากรบุคคล เงินทุน ความรู้ความสามารถขององค์กร
ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน
รวมถึงการเตรียมสร้างพันธมิตรภายนอกองค์กรที่จำเป็น ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบัน การศึกษา
มหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ในช่วงบ่ายของการประชุม
มีการเสวนาเรื่อง “แนวทางการประยุกต์ใช้แผนที่นำทางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต” โดยมี
รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. และ รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์
รักษาการรองผู้อำนวยการ สกสว. เข้าร่วมให้ข้อมูลถึงบทบาทการทำงานของ สกสว. ในการพัฒนาโรดแมปวิจัย
10 อุตสากรรม
ต่อมามีการประชุมเชิงปฏิบัติการรายอุตสาหกรรม
ที่มีการนำเสนอผลการวิเคราะห์จัดทำแผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีของกลุ่มอุตสาหกรรม
(แยกรายกลุ่ม) ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
อุตสาหกรรมอาหารเพื่ออนาคต อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากฟากอุตสาหกรรมโดยตรง
ร่วมให้ข้อมูลความคิดเห็นสำคัญในการพัฒนาแผนที่นำทางนี้





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น