ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชวนเที่ยวงานใหญ่! ประจำปี “มหกรรมภูมิพลังแผ่นดิน” เริ่มแล้ววันนี้ - 6 ธันวาคม ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จ.ปทุมธานี


 วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดงานมหกรรมภูมิพลังแผ่นดินเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นดั่งกำลังของแผ่นดิน และเชิดชูเกียรติยศในฐานะที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรมระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ นวนคร จ.ปทุมธานี


นายสุวรรณ บูราพรนุสรณ์ กรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ                พระเจ้าอยู่หัว ประธานในพิธี เปิดเผยว่า “เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญ  ที่ทั่วโลกต่างยกย่องและเชิดชูพระอัจฉริยภาพของพระองค์ด้านการอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรดิน ซึ่งทางสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรมเป็นพระองค์แรกของโลก และได้ขอพระราชทานให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยความร่วมมือจากพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมจัดนิทรรศการองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน เพื่อมุ่งหวังให้ผู้มาร่วมงานได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรดินตามรอยศาสตร์พระราชา คืนความอุดมสมบูรณ์ คืนชีวิตให้แผ่นดิน ตามแนวคิดที่ว่า Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน” โดยภายในงานจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ได้แก่ นิทรรศการรักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน นำเสนอพระอัจฉริยภาพด้านการจัดการดินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร การใช้พืชบำรุงดิน ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากการน้อมนำพระราชดำริมาใช้ในการปลูกพืชบำรุงดิน และกิจกรรมแจกเมล็ดพันธุ์ถั่วพร้าและเมล็ดปอเทืองให้กับผู้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ





นิทรรศการภูมิพลังแผ่นดิน แผ่นดินนี้มีพลัง จัดแสดงโมเดลทางรอดเมื่อเจอวิกฤติกับ 8 โมเดล 8 ฐานการเรียนรู้ เช่น ภูมิสังคม “วิถีบ้านบ้าน”.ภูมิสังคม “เกษตรคนเมือง”เกษตรทฤษฎีใหม่ตามภูมินิเวศ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่ผ่านปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จากพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ที่ผนึกกำลังมาถ่ายทอดประสบการณ์



นิทรรศการรักแผ่นดินตามรอยพ่อ นิทรรศการที่นำเสนอพระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านหน่วยงานภาคีความร่วมมือ อาทิ สถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานี สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น



นิทรรศการสื่อดิจิทัล “พิพิธภัณฑ์ยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยสื่อดิจิทัล” เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพ พระมหากษัตริย์ไทย ด้านการเกษตร และถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านโลกดิจิทัลสู่สาธารณชนในวงกว้างมากยิ่งขึ้นด้วยรูปแบบสื่อออนไลน์ ผ่าน 12 รายการในรูปแบบที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย พร้อมสอดแทรกองค์ความรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มวัยด้วยเชื่อว่าความดีงามนั้นสืบทอดได้ มาร่วมกันสืบสานรักษา ต่อยอด พระราชปณิธานแห่งความพอเพียงที่พิพิธภัณฑ์การเกษตร 


ลดราคาพิเศษ! เปิด 4 พิพิธภัณฑ์ในอาคาร ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม พิพิธภัณฑ์ป่าดงพงไพร และพิพิธภัณฑ์ดินดล พร้อมด้วยภาพยนตร์แอนิเมชั่น 3 มิติ 6 เรื่อง 6 รอบ สนุกครบรส ตื่นตา ตื่นใจทะลุจอ

ชม ช้อป สินค้าเกษตรปลอดภัย ผัก ผลไม้ สดใหม่จากสวน ผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพจากเครือข่ายเกษตรกรและภาคีความร่วมมือ ที่นำมาจำหน่ายให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกซื้อกลับบ้านในราคามิตรภาพ

ลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติก ด้วยการนำถุงผ้ามาช้อป ตะกร้ามาใส่ของ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม “เพาะ แจก แลก เปลี่ยน” นำภาชนะเหลือใช้ ถุงพลาสติก แก้วน้ำมาเพาะกล้าไม้กลับไปดูแลต่อที่บ้าน พร้อมกิจกรรมสีสันงานวัด เช่น ประคบทอง แม่นจริงยิงหนู ปาโป่งหรรษา แต่งแต้มสีตุ๊กตา เป็นต้น

เมล็ดพันธุ์ปอเทือง และถั่วพร้า

ด้าน นางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ฝ่ายพัฒนา) กล่าวเชิญชวนว่า “ในวันที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 07.00 น.ขอเชิญร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ และตอนเย็นในวันเดียวกันนี้ เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เชิญรับชมคอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติฯ บรรเลงบทเพลงด้วยเสียงขลุ่ยแห่งความคิดถึง โดยอาจารย์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ ขับกล่อมบทเพลงเพื่อพ่อ โดยคุณศิรินทรา  นิยากร และการแสดงของวงคชา ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน เยาวชน และผู้ที่สนใจร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร่วมเรียนรู้ศาสตร์พระราชา สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธาน ระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2563 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯจ.ปทุมธานี”


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171, 094-649-2333 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook : พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ  InstagramID: wisdomkingfan และLine ID : @wisdomkingfan





 























 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...