ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ม.เกษตรฯ รณรงค์ดื่มนมเพื่อสุขภาพที่ดีสู้กับโควิด – 19


มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดโครงการ Friday Ku Milk Day รณรงค์ดื่มนมเพื่อสุขภาพที่ดีสู้กับโควิด – 19 มอบนมเกษตรให้บุคลากรและนิสิต ดื่มนมฟรีทุกวันศุกร์ 


ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบหลักการและนโยบายในการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน นมเกษตรประสบปัญหาภาวะนมล้นเกิน สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้โรงเรียนปิดการเรียนการสอน นมเกษตรต้องหยุดส่งนมโรงเรียน ในขณะที่การรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรยังต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จึงได้มอบให้ศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก. จัดโครงการ Friday Ku Milk Day รณรงค์ให้บุคลากรและนิสิต ดื่มนมฟรีทุกวันศุกร์ ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด -19 และ โรงเรียนปิดการเรียนการสอน เริ่มตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ในจำนวน 5,000 ถุงต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรที่มาทำงานให้บริการประชาชน และนิสิตหอพัก ได้ดื่มนมฟรีทุกวันศุกร์ เพื่อสุขภาพที่ดีสู้กับโควิด – 19 


อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เนื่องจากเรามีศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก. หรือโรงนม ซึ่งเป็นศูนย์สาธิตการผลิตนมที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ การสอน การวิจัย และการส่งเสริมนิสิต อาจารย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทย โดยศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก. เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรซ์ภายใต้ชื่อ “นมเกษตร” ทำการผลิตนมด้วยระบบ Pasteurization  ผ่านการตรวจสอบระบบมาตรฐานคุณภาพซึ่งเป็นไปตามหลัก GMP (CODEX) และ HACCP (Hazard Critical Control Point) โดยรับชื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร เป็นปริมาณ 7.5 ตัน/วัน จากสหกรณ์ในจังหวัดสระบุรี จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย 1. สหกรณ์ทรัพย์ขาม 2. สหกรณ์ทรัพย์สนุ่น 3. สหกรณ์เกรทมิลด์ โดยผลิตเป็นนมโรงเรียน จำนวน 5 ตัน/วัน คิดเป็นปริมาณการผลิต 2,737.5 ตัน/ปี การรับน้ำนมดิบเข้าโรงนม จะรับจากรถขนส่งนมดิบขนาด 15 ตัน/เที่ยว ซึ่งจะสามารถนำไปผลิตเป็นนมถุงได้ 4,800ถุง/ตัน ดังนั้นการผลิตจากน้ำนมดิบ 7.5 ตัน/วัน ทำให้นมเกษตรมีนมถุงที่ผลิตได้ 7.5x4,800 ถุง เท่ากับ 36,000 ถุง/วัน ในจำนวนนี้ส่งเป็นนมโรงเรียน 24,000 ถุง/วัน และจำหน่ายเป็นนมพาณิชย์ 12,000 ถุง/วัน


“เรามีทิศทางในการดำเนินงานต่างๆสนับสนุนและเป็นโมเดลต้นแบบให้ผู้ผลิตรายอื่นได้เห็นว่าเราสามารถจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ต่อไป โดยการบริโภคนม ผู้บริโภคหลักของประเทศก็คือนักเรียน ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทำแคมเปญเชิญชวนให้คนดื่มนมทุกวัน ในรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ  มีการเชิญชวนให้ซื้อนมและร่วมส่งต่อนมให้กับโรงพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย กับกิจกรรมพิเศษ นมเกษตรเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ สู้ โควิดรอบใหม่ จำหน่ายนมเกษตรในราคาขาดทุน 5 บาทต่อถุง โดยท่านสามารถกำหนดได้ว่าจะร่วมสนับสนุนจำนวนเท่าใด และทางศูนย์ผลิตภัณฑ์นมจะจัดส่งให้ถึงโรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ โดยไม่มีค่าจัดส่ง ”



“ในส่วนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผลิตนมในปริมาณไม่มาก วันละประมาณ สี่หมื่นกว่าถุง แต่ในภาพรวมของประเทศปริมาณเป็นล้านๆ ถุง อยากจะขอรณรงค์ให้จังหวัดทำโครงการเหล่านี้ เพราะนักเรียนเมื่อหยุดอยู่บ้านก็ต้องดื่มนม ฝากถึงผู้บริหารของประเทศว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้นมเหล่านี้ไปถึงมือนักเรียน ถึงมือของประชาชนทั่วไป ”

อย่างไรก็ตาม นมเกษตรมีต้นทุนการผลิต ถุงละ 7.10 บาทโดยประมาณ ดังนั้นการจำหน่ายในราคา 6 บาท หรือ 5 บาท จึงทำให้นมเกษตรอยู่ในภาวะขาดทุน แต่จากปณิธานของอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ ที่เน้นว่า "ขาดทุนคือกำไร" การที่นมเกษตรรับภาระขาดทุน แต่ส่งผลให้เกษตรกรขายน้ำนมดิบได้ตามสัญญา ผู้บริโภคได้ดื่มนมคุณภาพดีอย่างถั่วถึง เช่นนี้ก็เปรียบได้ว่า นมเกษตร และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับกำไรจากการทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคมไทยโดยรวม



ผู้สนใจสอบถามรายละเอียด และร่วมกิจกรรมกับศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก. ได้ที่ 02-579-9594  หรือสั่งซื้อทางเฟซบุ๊ค พิมพ์คำว่า “นมเกษตร”












 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...