ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตู้รับซื้อขยะ “บินบิน” สุดยอดนวัตกรรมเปลี่ยนขยะเป็นเงิน ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564


ปัญหาขยะของประเทศไทย ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นวาระระดับชาติ นักประดิษฐ์จึงได้คิดค้น ผลงานประดิษฐ์ที่เป็นตู้รับซื้อขยะ และแอปพลิเคชันสะสมแต้ม ที่เป็นนวัตกรรมจากการนำเทคโนโลยีมาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทิ้งขยะ จนเป็นผลสำเร็จ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับประกาศเกียรติคุณ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ “บินบิน : ตู้รับซื้อขยะ และแอปพลิเคชันสะสมแต้ม” แก่ ดร.ปวิตรา เลี่ยมรักษ์ และคณะ แห่งคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล


ดร.ปวิตรา เลี่ยมรักษ์ เปิดเผยถึงแนวคิดผลงานสิ่งประดิษฐ์ว่า การจัดการสิ่งแวดล้อม ต้องเริ่มต้นจากการคัด แยกขยะในตอนที่เราจะทิ้ง ต้องทิ้งขยะแต่ละประเภทให้ถูกที่ การรับซื้อหรือการจัดการขยะจึงต้องมีการคัดแยก ที่ชัดเจน เพื่อนำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น จึงสร้างสรรค์ ผลงานสิ่งประดิษฐ์ “บินบิน : ตู้รับซื้อขยะ และแอปพลิเคชันสะสมแต้ม” ที่มีจุดเด่นในการการนำเทคโนโลยีมาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก และก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้มาใช้งานทุกคน การออกแบบตู้ เน้นการใช้งานง่ายและประหยัดต้นทุน ซึ่งผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการประมวลภาพ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงและสั่งการเพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ได้ผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สำหรับฟังก์ชันในการใช้งานแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ 1) ตู้รับซื้อขยะอัตโนมัติ ถูกพัฒนาออกแบบมาให้สามารถรับซื้อขวดพลาสติก ขวดแก้ว และกระป๋อง โดยการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันผ่านบลูทูธ การตรวจสอบประเภทขยะ การคัดแยกขนาดของขวด และการคัดบังคับอุปกรณ์ภายในตู้เพื่อแยกขยะให้ลงไปในช่องเก็บขยะที่ถูกต้อง ใช้อุปกรณ์ sensor และเทคนิค Image Processing ที่แตกต่างจากตู้รับซื้อขยะในปัจจุบันที่ผลิตใช้ในประเทศ 2) Binbin User Application สำหรับให้ผู้ทิ้งขยะสามารถสมัครเข้าใช้งานเพื่อสะสมแต้ม แก้ไขข้อมูลผู้ใช้งาน แลกแต้ม และมอบแต้มให้เพื่อน รวมถึงมีฟังก์ชันแผนที่ ที่ผู้ใช้สามารถค้นหาตู้รับซื้อขยะอัติโนมัติว่าตั้งอยู่ที่ใดบ้าง 3) Binbin Store Application สำหรับร้านค้าเพื่อใช้ในการโฆษณาร้านค้าผ่านโปรโมชันการแลกแต้มที่ได้จากการทิ้งขยะ โดยร้านค้าสามารถสมัครเข้าใช้งาน สร้างคูปองส่วนลด และใช้ฟังก์ชันในการส่งเสริมให้คูปองสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้มากขึ้นด้วย และ 4) Binbin Backoffice Website เป็นระบบเพื่อบริหารจัดการประเภทขยะที่รับซื้อ และปรับแต้มที่ได้จากขยะแต่ละประเภทตามราคาในท้องตลาด บริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งาน และบัญชีร้านค้า และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ในระบบได้ นอกจากนี้ภายในตู้รับซื้อขยะที่ประดิษฐ์ขึ้นจะมีอุปกรณ์ที่ใช้บีบอัดขวดและกระป๋องเพื่อลดขนาด ทำให้สามารถจัดเก็บขยะได้มากขึ้น

ดร.ปวิตรา เลี่ยมรักษ์

ดร.ปวิตรา เลี่ยมรักษ์ ยังกล่าวอีกว่า บินบิน : ตู้รับซื้อขยะ และแอปพลิเคชันสะสมแต้ม สามารถนำไปใช้ในการจำแนกขยะเพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้โดยสามารถนำตู้รับซื้อขยะไปติดตั้งไว้ในที่ชุมนุมชน หรือที่มีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการโดยตู้รับซื้อขยะแต่ละตู้สามารถบรรจุขวดพลาสติก ขวดแก้ว และกระป๋อง ได้ประมาณ 500 ชิ้น หากเก็บขยะจากตู้วันละครั้ง ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณประมาณ 12 กิโลกรัม การใช้ตู้ในการคัดแยกขยะจะสามารถลดเวลาการคัดแยกขยะของแม่บ้านได้ 60 นาที และสามารถนำขยะไปขายเป็นรายได้เพิ่มเติม ซึ่งขนาดของตู้สามารถปรับได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่และจำนวนขยะที่ต้องรองรับได้ต่อวัน ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์มากกว่าการขายขยะรีไซเคิล ตามปกติ โดยสามารถดาวน์โหลด แอปพลิเคชันเพื่อใช้ในการสะสมแต้มจากการทิ้งขยะ เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าที่ร้านที่เข้าร่วมได้ ซึ่งร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการก็จะได้โฆษณาร้านค้าและมีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน บินบิน : ตู้รับซื้อขยะ และแอปพลิเคชันสะสมแต้ม สามารถใช้งานได้จริง แต่ยังต้องมีการวางแผนด้านการตลาดและคำนวนต้นทุนการผลิต รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มและร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการเพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่องได้



ผู้ประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ จะได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ และเงินรางวัลจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2564 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2564 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา 













 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...