ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผนึกกำลัง 3 หน่วยงานพันธมิตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดตลาดอาหารเกษตรปลอดภัยครบวงจร ในนามของศูนย์ AIC กรุงเทพฯ

 


มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผสานความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาศักยภาพพื้นที่ตลาดอาหารเกษตรปลอดภัย ยกระดับภาคการเกษตรของประเทศไทย ผ่านการขับเคลื่อนโดยศูนย์ AIC (Agritech and Innovation Center) กรุงเทพมหานคร กับ 3 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดให้กับสินค้าเกษตรทุกประเภท ทั้งในด้านผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากประมง ปศุสัตว์ และพืชผลการเกษตรอื่นๆโดยให้เกษตรกรที่ได้รับการรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรตามมาตรฐานอาหารปลอดภัย มาตรฐานอินทรีย์ และมาตรฐานฮาลาล ได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าอย่างเป็นระบบครบวงจร ทั้งในระบบ Offline และ Online นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรของไทยในระดับนานาชาติ และขับเคลื่อนการเกษตรสมัยใหม่ ตามนโยบาย Thailand 4.0


วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2564  เวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา ระหว่าง กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร และมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร AIC เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ผู้ลงนามประกอบด้วย ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร


ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการบริหารศูนย์ AIC กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า AIC (Agritech and Innovation Center) หรือ ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม กรุงเทพมหานคร เป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นศูนย์กลางให้บริการ อบรมบ่มเพาะเทคโนโลยีทางการเกษตร ภูมิปัญญาด้านการเกษตร นวัตกรรมทางการเกษตร ผ่านการวิจัย การพัฒนา การลงทุนการแปรรูป และการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ โดยเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการเกษตรจากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และเกษตรกร เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรไทยมีพื้นที่ขายผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบครบวงจรทั้งในระบบ Offline และ Online รวมถึงการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรของประเทศในระดับนานาชาติ

“ผมมีความตั้งใจ ที่จะผลักดันทิศทางการพัฒนาภาคการเกษตรรูปแบบใหม่ ให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่ว่า “ภาคเกษตรก้าวไกลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลาดนำการผลิต ชีวิตเกษตรกรมีคุณภาพ ทรัพยากรการเกษตรมีความสมดุลและยั่งยืน” ดังนั้น ศูนย์ AIC กรุงเทพมหานคร จึงทำหน้าที่ในการช่วยเหลือเกษตรกรไทย ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร ตลอดจนส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการพัฒนาการผลิต และการแปรรูป ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรด้วยการรับรองจากมาตรฐานอาหารปลอดภัย มาตรฐานอินทรีย์และมาตรฐานฮาลาล ควบคู่ไปกับส่งเสริมการตลาดให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และปริมาณ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและต่างประเทศ ” ดร.จงรัก กล่าว


ด้าน นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า กรมประมงจะเน้นเรื่องของการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการผลิตสินค้าประมงให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยทั้งสินค้าที่มาจากการเพาะเลี้ยงและจากการจับสัตว์น้ำ ร่วมกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และเพื่อให้เกษตรกรมีตลาดที่รองรับสินค้าประมงอย่างมีประสิทธิภาพ 


นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาระบบการผลิตสินค้าปศุสัตว์ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตให้มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย และพัฒนาเกษตรกรให้มีองค์ความรู้ทั้งในด้านวิชาการ ด้านการผลิต และด้านการตลาด 


นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรรู้สึกยินดีที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเข้าถึงความร่วมมือครั้งนี้ มีความพร้อมที่จะพัฒนาการผลิตและจัดการส่งเสริมสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานตลอดห่วงโซ่ เพื่อเพิ่มปริมาณ ประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต พัฒนาคุณภาพผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงการตลาดให้กับสินค้าการเกษตร 


ทั้งนี้จากความร่วมมือดังกล่าว ทั้ง 4 หน่วยงาน มีความพร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรด้วยการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ตลาดอาหารปลอดภัย และให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการเกษตรประเทศไทย โดยมีแผนพัฒนาพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริเวณแนวถนนวิภาวดีรังสิต ให้เป็น Market Place พื้นที่รองรับผลผลิต และสินค้าจากนวัตกรรม เทคโนโลยีด้านอาหารและการเกษตร ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ.2564 และจะมีการทำ Sandbox บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS ถนนพหลโยธิน เพื่อให้เกษตรกรได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าและผลผลิตทางการเกษตรครบวงจร  เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรได้มีช่องทางกระจายสินค้าและบริการ ยกระดับเกษตรกรให้มีมาตรฐานในการผลิตอาหารปลอดภัย ควบคู่ไปกับส่งเสริมการตลาดให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และปริมาณ สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค











ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...