ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วช. ชูเซรั่มบำรุงผิวกระจ่างใส สกัดจากกุหลาบมอญและใบมะยม

 

นักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร คิดสูตรเซรั่มบำรุงผิว ลดริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างใสบำรุงลึกเพิ่มความชุ่มชื้นลดการเกิดและการอักเสบของสิว จากสารสกัดกุหลาบมอญ และสารสกัดจากใบมะยม เพิ่มมูลค่าให้กับพืชไทย ล่าสุดคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับประกาศเกียรติคุณ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)


ปัญหาเรื่องใบหน้า นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ ของวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน และยิ่งคนที่ผิวหน้าบอบบาง
มีแนวโน้มแพ้มลพิษง่ายอยู่แล้ว ย่อมมีโอกาสเจอกับปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องบุคลิกภาพและความมั่นใจ จุดนี้เอง นักวิจัยจึงได้คิดค้น เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นนวัตกรรมจากการนำ กุหลาบมอญ และใบมะยม มาสกัด จนเป็นผลสำเร็จ วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐคิดค้น ประจำปี 2564 ระดับประกาศเกียรติคุณ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ “Absolute Rose Emulsion นวัตกรรมเซรั่มบำรุงผิว ลดริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างใส บำรุงลึกเพิ่มความชุ่มชื้น ลดสิวและการอักเสบจากสารสกัดกุหลาบมอญ น้ำมันกุหลาบ และสารสกัดใบมะยม” แก่ นางสาวปุณฑริกา รัตนตรัยวงศ์ และคณะ แห่งคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร




นางสาวปุณฑริกา รัตนตรัยวงศ์ เปิดเผยว่า Absolute Rose Emulsion นวัตกรรมเซรั่มบำรุงผิวนี้ 
มีแนวคิดจากการนำพืชที่ปลูกทั่วไปมาใช้ประโยชน์ และเกิดจากการพยายามสกัดสารจากพืชที่ปลูกเองได้ในประเทศไทย จุดเด่นที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์เวชสำอางอื่นที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด คือ ใช้ส่วนผสมจากสารสกัดที่ได้จากพืชพื้นบ้านของไทยมาใช้ แต่ก็ยังไม่มีผลทางวิชาการอ้างอิง


Absolute Rose Emulsion เป็นงานวิจัยที่มีการผสมผสานจากสารสกัดกุหลาบมอญอินทรีย์และสารสกัดพฤกษาเคมีจากใบมะยม ที่ปลูกอยู่ในประเทศไทยแต่ยังไม่เคยมีใครนำไปใช้ประโยชน์มาก่อน ทำให้ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิว มีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดผิวคล้ำหรือรอยกระ ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสแบบธรรมชาติ สามารถยังยั้งแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบ ลดอาการอักเสบ ลดอาการแพ้จากแสงแดด เพิ่มความชุ่มชื้น และลดริ้วรอย จึงเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ สามารถเพิ่มมูลค่าและความสำคัญให้กับพืชไทย



ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการผลิตที่ได้มาตรฐานโดยใช้นวัตกรรมการสร้างเจลอิมัลชั่นแบบใส โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรนำเข้าราคาสูงจากต่างประเทศ ซึ่งเทคนิคผสมอิมัสชั่นชนิดน้ำมันในน้ำแบบย้อนกลับ ร่วมกันกับการผสมอย่างรวดเร็วและนุ่มนวลนี้ เมื่อใช้ระยะเวลาการบ่มที่แม่นยำ ทำให้ผลิตภัณฑ์เจลอิมัลชั่นที่ได้มีความใสคงตัว ทนทานต่อการเสียสภาพ ซึ่งแตกต่างกันกับอิมัลชั่นชนิดน้ำมันในน้ำที่มีความขุ่นโดยทั่วไป ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก อันเป็นการเพิ่มโอกาสทางการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ให้กับผู้ประกอบการ SME ขนาดเล็ก จนได้เป็นเซรั่มบำรุงผิวแบบเจลใสที่ผ่านการทดสอบความน่าเชื่อถือ สามารถจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากการประกวดนวัตกรรมในงาน Euroinvent 2019 ประเทศโรมาเนีย และ KIWI 2019 ที่ประเทศเกาหลีใต้ อีกด้วย



การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท โคลเอ้ โรส จำกัด ได้นำน้ำกุหลาบและสารสกัดใบมะยมไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้แก่ น้ำหอมที่มีส่วนผสมสำคัญจากน้ำสกัดกุหลาบและน้ำมันกุหลาบอินทรีย์จากไร่กุหลาบอินทรีย์ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ชนิดครีมบำรุงผิว ครีมบำรุงรอบดวงตา สบู่ แชมพูและเซรั่มบำรุงรากผม จากสารสกัดธรรมชาติ สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สามารถติดต่อได้ที่ แฟนเพจเฟชบุค : Natural Rose Oil หรือโทร 099-691-4924


นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ จะได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ และเงินรางวัลจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2564 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

เอสพีเคจี ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน-สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม

เกษตรกรยิ้มรับปีใหม่ SPKG ส่งสินค้านวัตกรรมนับ 30 รายการ ชูแนวคิด “เกษตรยั่งยืน–สังคมยั่งยืน” พร้อมอุทิศรายได้ช่วยสังคม เดินหน้าโครงการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ช่วยผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด ( SPKG) ผู้พัฒนานวัตกรรมการเกษตรครบวงจร เดินหน้าต้อนรับปีใหม่ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเกษตรกว่า 30 รายการ ภายใต้เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศเกษตรกรรมที่ยั่งยืน พร้อมประกาศต่อยอดความมุ่งมั่นด้านสังคม ผ่านโครงการ “บริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อผู้ป่วยติดเตียง” แบรนด์ สบายเพิส ส่งมอบความช่วยเหลือให้ครอบครัวเกษตรกรที่มีผู้ป่วยติดเตียงทั่วประเทศ ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสพีเคจี จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมุ่งส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 30 รายการ ด้วยการคัดสรรนวัตกรรมที่ทันสมัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อังกฤษ , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลี ในกลุ่มสารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ดูแลพืชครบวงจร  “ ตลอดหลา...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...