สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ
สทน. ร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)
ถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารฉายรังสีสู่ผู้ประกอบการ SME กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
ตั้งเป้า 5 ปี ยกระดับคุณภาพ “อาหารพื้นถิ่น” ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย
มีมูลค่าเพิ่มขึ้น สร้างโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์ สู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
วันนี้ (25 มี.ค.64) รศ.ดร.พาสิทธิ์
หล่อธีรพงศ์ ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานใน
“พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพการวิจัยและพัฒนา
เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการและบูรณาการ ด้านการวิจัยและพัฒนา
สร้างนวัตกรรมใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีนิวเคลียร์”
ซึ่งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) จัดขึ้น ภายใต้โครงการ
“การสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่นด้วยการฉายรังสี” และ
“โครงการคูปองยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมฉายรังสี” โดยมี รศ.ดร.ธวัชชัย
อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน.
และอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มรภ. และ สทน. ร่วมงาน ณ อาคารพระจอมเกล้า ชั้น 1
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์
ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า
จากการที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่
รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสินค้าโอทอป
รู้จักปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคม
โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาและยกระดับสินค้า
แต่ยังคงคุณค่าและรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลก
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สทน.และมรภ. ในครั้งนี้
จึงถือได้ว่ามีความสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวง อว.
ในยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
เรื่องการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่
เรื่องการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
การส่งเสริมความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
รวมทั้งตรงกับยุทธศาสตร์ในเรื่องการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ของประเทศ
และสร้างระบบนิเวศการวิจัย
ด้าน รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน.
กล่าวเพิ่มเติมว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯในวันนี้
เกิดขึ้นเพื่อยกระดับการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ด้วยวิธีการฉายรังสีให้เป็นที่รู้จัก
เป็นที่ยอมรับและมีการใช้ประโยชน์แพร่หลายมากขึ้น มีโครงการที่ได้ดำเนินการร่วมกัน
ได้แก่ โครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่นด้วยการฉายรังสี และ โครงการคูปองยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมฉายรังสี
เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการและผู้บริโภคบางส่วน
ยังไม่ทราบถึงข้อมูลอาหารฉายรังสีที่ถูกต้อง จนเกิดความกังวลและเข้าใจผิด
ทำให้อาหารฉายรังสีไม่เป็นที่รู้จักและไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร
ดังนั้น ทาง สทน.จึงได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชน และคุ้นเคยกับผู้ประกอบการ เพื่อร่วมมือกันยกระดับการรับรู้เรื่องการฉายรังสีอาหารอย่างถูกต้องให้กับคนไทย
โดยในปี 2564 นี้ สทน.ได้ร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ประกอบด้วย มรภ.ราชนครินทร์
มรภ.พระนครศรีอยุธยา และ มรภ.ธนบุรี โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดำเนินการจัดฝึกอบรมให้ความรู้
ความเข้าใจ สร้างการยอมรับ และสนับสนุนให้นำผลิตภัณฑ์อาหารที่มีศักยภาพของชุมชน
และอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากเชื้อโรคต่างๆ มาฉายรังสี
รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้มีศูนย์ประสานงาน ในการส่งผลิตภัณฑ์เพื่อมาฉายรังสี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค มีอายุการจัดจำหน่ายที่ยาวนานขึ้น และช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์
อันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การขยายตัวของธุรกิจชุมชน
รวมทั้งนำไปสู่การวิจัยและพัฒนาตัวสินค้า จนสามารถขยายไปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
ที่จะนำไปจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศในอนาคต
“ในฐานะนักวิจัยที่ทำงานทางด้านนี้มาตลอด และมีผลการวิจัยที่ยืนยันเป็นที่ยอมรับมากว่า 40 ปีแล้วว่า อาหารที่ผ่านการฉายรังสีนั้นไม่มีอันตรายและไม่เกิดผลกระทบกับร่างกายแต่อย่างใด โดยวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของการฉายรังสีในอาหารคือ การลดปริมาณจุลินทรีย์ การฆ่าเชื้อปรสิต ฉะนั้น อยากขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SME กลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารแปรรูป อาหารแช่แข็ง และสมุนไพร สมัครเข้ามาร่วมโครงการฯ ฉายรังสีกับ สทน. ได้นะครับ ผมมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ท่านจะมีทางเลือก มีโอกาสในการทำตลาดเพิ่มมากขึ้น” ผอ.สทน.กล่าวในตอนท้าย
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง มีพื้นที่บริการแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์เราดูแล 3 จังหวัดในพื้นที่ EEC คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง และชลบุรี เพราะฉะนั้นแต่ละมหาวิทยาลัยมีพื้นที่บริการ การทำงานร่วมกับ สทน. คือ เราเน้นในเรื่องของการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับชุมชนให้กับบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นการทำงานของมหาวิทยาราชภัฏทั้ง 38 แห่ง เรามองถึง 2 ช่องทางก็คือการสร้าง train the trainer ให้กับบุคลากรของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ได้จาก สทน. ส่วนที่ 2 คือ การสร้างให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นการสร้างให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง เราดึงเอาศักยภาพของชุมชนผ่านอาหารพื้นถิ่นหรือวัฒนธรรมพื้นถิ่น ซึ่งวัฒนธรรมเหล่านี้ อาจจะเน้นในเรื่องของวัฒนธรรมด้านอาหาร เพราะฉะนั้นเราก็มาต่อยอดองค์ความรู้ที่ทาง สทน.มีคือการฉายรังสี ทำยังไงให้สินค้าเหล่านั้นยกเป็น Premium grade เน้นถึงความคุ้มค่า ความปลอดภัยในการรับประทานของผู้บริโภค แล้วส่งต่อถึง SME หรือผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อยกระดับสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ในประเทศหรือต่างประเทศได้ อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการวิจัย เรามองแล้วว่ากระทรวง อว. เราผนึกกำลังโดยท่านรัฐมนตรีท่านก็มีแนวคิดว่า ท่านมองถึงการพัฒนาบุคลากรในเรื่องของการวิจัย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราพร้อมที่จะดำเนินงานตามนโยบายของท่าน และสิ่งสำคัญก็คือการสร้างแผนงานวิจัยร่วมกันในกระทรวง อว. เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ อันนี้คือแนวทางที่เรามองว่าจะทำงานด้วยกันต่อไป
ขณะที่ผู้ใช้ประโยชน์ “เทคโนโลยีนิวเคลียร์” จากบริษัทแคร์ฟู้ด
(ประเทศไทย) จำกัด โดยนายวสันต์ กอบุตร บอกด้วย หลังจากบริษัทได้นำสินค้าแบรนด์ฉัยลัย คือ
“ปูเค็ม” (ปูแสม-ปูนา) และ “ปูไข่ดอง” (ปูดำ/ปูทะเล) เข้ามาขอรับบริการฉายรังสีกับทาง สทน. ทำให้ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในตลาดออนไลน์และมีออเดอร์ส่งออกเพื่อไปยังประเทศออสเตรเลียล็อตแรกทั้งปูเค็มและปูไข่ดองอีกด้วย
เพราะเขาเชื่อมั่นด้านความสะอาดและมาตรฐานรับรองที่ได้จากการผ่านกระบวนการฉายรังสีที่มีความปลอดภัยสูง
และสำหรับผู้บริโภคในประเทศเองต่อไปก็ไม่ต้องกังวลกินแล้วจะท้องร่วงท้องเสียหรือมีพยาธิปนเปื้อนมาหรือเปล่าสามารถรับประทานอาหารเหล่านี้ที่ชื่นชอบกันได้อย่างสบายใจ
โดยบริษัทยังมีมาตรฐานรับรองอื่นๆ อีกเช่น Primary GMP และ อย.
เป็นเจ้าแรกของไทยที่ปูมี อย.รับรองด้วย ในเร็วๆ นี้เตรียมจะพัฒนาสินค้าผ่านการฉายรังสีและมี
อย.รับรองเพิ่มขึ้นได้แก่ ปูม้าดอง กั้งไข่ดอง หอยดอง กุ้งแห้งฯลฯ
เพื่อสร้างความพรีเมียมทางด้านการบริโภคที่มีความปลอดภัยสูงต่อไป
สอบถามรายละเอียดและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) โทร. 0-2401-9889 หรือ 085-487-4009 และ www.tint.or.th










ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น