ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“ เครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ” นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง โดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบให้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่งต่อหน่วยงานและเกษตรกร เพื่อใช้ประโยชน์ทันที


วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2564 ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ อาคารสารนิเทศ 50 ปีมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์  ได้มีพิธีรับ-มอบเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) จำนวน 31 เครื่อง โดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งมอบให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อมอบให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยให้ผศ.ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ผู้เป็นนักวิจัย เป็นผู้นำผลงานนวัตกรรมดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ภายหลังจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับมอบเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) แล้ว จึงได้มอบให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 14 เครื่อง เพื่อมอบให้แก่ เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำนวน 14 กลุ่ม และมอบให้หน่วยงาน ศูนย์เรียนรู้ ต่าง ๆ ที่มิได้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 13 เครื่อง


ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า เครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) เป็น “นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง และสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรไม่ต้องลงทุนมาก” โดยมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้สนับสนุนให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาอุปกรณ์ในระบบเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2557 – 31 สิงหาคม 2559 เป็นจำนวนเงิน 10,092,771.19 บาท  เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ที่ได้รับความเสียหายอย่างมากจาก อุทกภัยที่เกิดขึ้น ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมหาศาล อันเนื่องจากเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2554 จึงทำให้เกิดนวัตกรรมเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ที่ทำให้ต้นกล้า เจริญเติบโตได้ดี มีความแข็งแรง ต้านศัตรูพืชได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าหญ้าซึ่งเป็นสารเคมีอันตราย ลดการใช้ปุ๋ยลง ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้จากการเพิ่มของผลผลิต และเป็นเหตุที่มาของการเกิด “โครงการทำนาแบบประณีต มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ตามลำดับ


และในโอกาสที่โครงการวิจัยดังกล่าวได้แล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จึงได้มอบนวัตกรรมเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) จากโครงการวิจัย จำนวน 31 เครื่อง ให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้รับมอบจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อมอบให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยให้ผศ.ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ผู้เป็นนักวิจัย เป็นผู้นำผลงานนวัตกรรมดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป โดยมีนางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมพิธี

ภายหลังจากที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับมอบเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ยอดสุดใจ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีองค์รวมและปัญญาประดิษฐ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. จึงได้มอบเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ให้กับหน่วยงาน และเกษตรกร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทันที จำนวน 27 เครื่อง ดังนี้ 



1.        มอบให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 14 เครื่อง เพื่อมอบให้แก่เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดต่าง ๆ จำนวน 14 โดย นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รับมอบ

2.        มอบให้กับ หน่วยงาน ศูนย์เรียนรู้ ต่าง ๆ ที่มิได้สังกัด สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 13 เครื่อง

 

ดร. จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอขอบคุณมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ให้การสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนางานวิจัยจนเกิดเป็นนวัตกรรมเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) เครื่องแรกของโลก ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทของทั้งสองหน่วยงานผ่านปัญหาและอุปสรรคมามากมาย และในวันนี้ มหาวิทยาลัยก็ได้มอบนวัตกรรมดังกล่าวส่งต่อให้กับกลุ่มเกษตรกรเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่นาข้าวเท่านั้น ยังสามารถนำไปปรับใช้หย่อนกล้าพืชอื่น ๆได้อีก  ขอฝากไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกันพัฒนาและขยายผลนวัตกรรม ไปสู่นาแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ  สมาร์ทฟาร์มเมอร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็จะเดินหน้าทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเกษตรของไทย เพื่อเกษตรกรไทย เพื่อคนไทย ถ้าคนไทยมีความยั่งยืน ประเทศไทยก็จะยั่งยืน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็จะยั่งยืนและภาคภูมิใจไปด้วย



ด้าน ผศ.ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีองค์รวมและปัญญาประดิษฐ์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. นักวิจัยผู้คิดค้นนวัตกรรมเครื่องหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) กล่าวว่า

เครื่องปลูกข้าวแบบหย่อนกล้าแบบประณีตเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) สำหรับการทำนาแบบประณีต เป็นเครื่องหย่อนกล้าข้าว 

นาโยน  หรือนาปาเป้า  เครื่องแรกของโลก  จุดเด่นคือ ต้นกล้าข้าวได้รับผลกระทบน้อยมากในบริเวณราก รากไม่ถูกทำให้

ฉีกขาดหรือเสียหายหรือมีบาดแผล ต้นกล้าข้าวจึงเติบโตไวกว่าการปลูกด้วยเครื่องปักดำถึง 10 วัน และมีความแข็งแรงทนทานต่อโรคได้ดี สามารถลดแรงงานคนลงได้จากการทำนาโยนปกติที่จำเป็นต้องใช้แรงงานคน 10 คน เหลือเพียง

2-3 คน ตัวอุปกรณ์หย่อนกล้าข้าวมีกลไกที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยระยะระหว่างกอ 20-25 เซนติเมตร(ปรับได้) ตลอดแนว ซึ่งใช้ทำงานจริงมาแล้วในโครงการทำนาแบบประณีต (SRI: The System of Rice Intensification) ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่จังหวัดชัยภูมิ  มหาสารคาม  ขอนแก่น  ร้อยเอ็ด  อุทัยธานี  นครปฐม สุโขทัย แพร่ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพิษณุโลก โดยอัตราการทำงานได้ 10-15 ไร่ต่อวัน ความเร็วการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขนาดถาดเพาะกล้า 26 x 51 เซนติเมตร  หนึ่งถาดเพาะกล้ามีจำนวนหลุม 10 x 20 หลุม ซึ่งสามารถหย่อนกล้าได้ถึง 10 แถวตลอดแนว ตัวเครื่องออกแบบให้ปรับเปลี่ยนระยะห่างของการปลูกได้ทั้งแนวแกน X และ แกน Y ตามสภาพดินของแต่ละพื้นที่หรือตามลักษณะความสูงและการแตกกอของพันธุ์ข้าว และเนื่องจากอุปกรณ์หย่อนกล้าข้าวอยู่สูงจากพื้นดิน ทำให้ไม่มีโอกาสสัมผัสพื้นดินจึงลดความเสี่ยงจากความเสียหายได้ ทำให้มีอายุการใช้งานที่ทนทาน และง่ายต่อการซ่อมบำรุงรักษาอย่างมาก ตัวรถมีแผ่นสกี สำหรับแก้ปัญหา    นาหล่มจัดได้ มีระบบต้นกำลังขับเคลื่อนด้วยรถไถนาแบบเดินตามที่ชาวนาคุ้นเคยและซ่อมบำรุงได้เอง

 





 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ยืนหนึ่งผู้นำตลาดเคมีเกษตรไทย 'เอส พี เค จี' เดินหน้าสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–เกษตรกร ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สู่เกษตรยั่งยืน

บริษัท เอส พี เค จี จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีเกษตรของไทย จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ “การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร” เพื่อผลักดันให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสารเคมีเกษตรให้โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย รองรับการพัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี เค จี จำกัด เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสารเคมีในตลาดไทย “เอส พี เค จี เชื่อมั่นว่าความโปร่งใสและมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร คือรากฐานของการพัฒนาเกษตรไทยในอนาคต เราไม่ได้มองตัวเองเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่คือ พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย ที่พร้อมยืนเคียงข้างในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต” ดร.จงกรม ศรีพงษ์พันธุ์กุล กล่าว นายจารึก ศรีพุทธชาติ  นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ภายในงาน ไ...

NIA กระทรวง อว. จับมือ 18 ภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” เดินหน้าปั้นเอสเอ็มอี/ สตาร์ทอัพหน้าใหม่จากภูมิภาค สู่ธุรกิจระดับประเทศ

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู ( BrandKU) คณะบริหารธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 14 มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งของเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับประเทศ เปิดตัว “โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทยระดับภูมิภาค ( Thailand InnoBIZ Champion)” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจากแพลตฟอร์มใหม่ “นิลมังกร” โดยการปั้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพหน้าใหม่ใส่ใจนวัตกรรมจากภูมิภาคสู่ธุรกิจระดับประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจของ อว. คือ การมุ่งเน้นขับเคลื่อนประเทศให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของคน และการนำเอาองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์ ผนวกกับงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตก...

วช. จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

  สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) จัดงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม และบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร วช. และคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วมงานแถลงข่าว การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสองหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ดั้งเดิม ตลอดจนการได้มาซึ่งผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการระดับนโยบายซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของประเทศในภาพรวม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตก...